วันนี้มีหลายเรื่องหลายอารมณ์เหลือเกิน
posted on 09 Dec 2004 00:14 by saintseiya in Anime-Manga-Game, Seireigokigenyou, โอยยยยย เช้ามาทีง่วงมากๆ เรียนไปก็เข้าหัวบ้างไม่เข้าหัวบ้าง ก็พอถูๆไถๆไปก่อน ช่วงบ่ายก็ง่วงแต่โดปกาแฟกันไว้เลยง่วงไม่มากนัก ตกเย็นก็มีข่าวที่น่ายินดีคือ ดาต้าแล็บ Inorg ส่งพฤหัสหน้า โอ้ว! เยี่ยมมาก ไม่งั้นคงไม่มีเวลามานั่งอัพโหลดภาพ Ring ni kakero 1 กับเขียนบลอคนี่หรอกนะ ^^
ช่วงเย็นที่เรานั่งเขียนแล็บอยู่ที่มหาลัยก็ได้รับฟังปัญหาของชายคนหนึ่งซึ่งถูกเปรียบเป็นหมาเหงาๆ สงสารก็น่าสงสารอยู่หรอก แต่น่าสมเพชเสียยิ่งกว่า ปัญหาหัวใจที่คาราคาซังมานานก็ยังคงเป็นต่อไป ไม่รู้ว่าจะเรียกร้องบางสิ่งบางอย่างจากเพื่อนเราไปถึงไหน ถ้าให้ไม่ได้ก็จงพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่สิ ไม่งั้น นายก็จะน่าสมเพชอย่างนี้ต่อไป.....คนรอบข้างต่างก็พร่ำบอก แต่เหมือนนายยังไม่เข้าใจ ไม่สิ อาจจะเข้าใจแต่ยังคงดื้อดึงต่อไปเพื่อกับคำว่า "ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว" ไอ้เหมือนเดิมของแกคืออะไร? การที่กลับไปตบหัวตบหางกันเหมือนเดิมนะเหรอ แกก็จะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเพื่อนฉันไปชอบแกอีกนะสิ บ้าน่ะ การเป็นเพื่อนจำเป็นเหรอต้องมีความสัมพันธ์แบบเล่นหัวกันสนุกสนานอย่างที่แกต้องการที่เป็นอยู่ก่อนหน้าจะเกิดเรื่องเนี่ย ก็โอเคอยู่แล้วนิ ถึงแกไม่พอใจ แกก็ไม่มีสิทธิ์ไปเรียกร้องแกกำลังบังคับใจคนๆนึงอยู่ให้เป็นไปในสิ่งที่ตัวเองต้องการ พอไม่ได้ก็ทำร้ายตัวเอง ไม่ไหวๆ.... -_- x
พูดถึงคำว่า "น่าสมเพช" เนี่ย สำหรับเราแล้ว ถือเป็นคำที่เราไม่ชอบมากที่สุด ด่าเราว่าเลวทรามต่ำช้าหรืออะไรหยาบๆยังพอทน แต่เราทนไม่ได้กับคำนี้มากๆ เพราะมันทำให้เรารู้สึกไร้ค่าในสายตาของคนพูดไปเรียบร้อย อืม คนอื่นคิดยังไงกับคำนี้นะ...
เปลี่ยนเรื่องๆมาที่ "อักษร" ดีก่า บางครั้งเราเรียนๆไป อักษรย่อที่เรียนๆอยู่บางครั้งมันชวนให้เรานึกถึงการ์ตูนได้เหมือนกัน จะขอยกตัวอย่างคร่าวๆ เช่น A.E. = Atomic Emission Spectroscopy นั้น เราฟังครั้งแรกก็นึกถึง Athena Exclamation ^^ ท่าปล่อยพลังของโกล์ดเซนต์สามคน ความรุนแรงนั้น ติดตามดูได้ในเซนต์เซย์ย่า ภาคฮาเดส หรือแม้กระทั่ง สัญลักษณ์ของตารางธาตุ เช่น As = Arsenic เนี่ย เราพลันนึกเป็น Angel Sanctuary หรือ Tenshikinryouku หรือ เทนคิน หรือ ศึกวิหารเทพเจ้า ผลงานของ Yuki Kaori เป็นต้น ไว้นึกอะไรได้จะมาบอกอีก
นึกเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องนึงคือ วันนี้เราได้ดิสก์รูปตอนไปทริปทุนเรียนดีครั้งที่ 2 เมื่อเดือนพฤษภาคม จากอาจารย์ที่เราเคารพรัก (ก็แกน่ารักนี่ ^O^ อยู่ที่มหาลัยเราจะแอบเรียกลับหลังว่า "ท่านแม่") ทีนีเราก็จัดการไรท์รูปแจกเพื่อนได้ซะทีนึง (ดองมาถึงครึ่งปี)
ย้อนกลับมาที่ตอนเช้าที่ตื่นขึ้นมาแอบเปิด Kannazuki no Miko ตอนที่ 10 มาดูจิ๊ดนึง หลังจากที่ดู raw ตอนนี้มาเมื่อวันอาทิตย์ ดูแล้วก็หมั่นไส้ ไอ้บ้าโซมะเหลือเกิน คนอะไรหน้าด้านที่สุด ฮิเมโกะปลุก "Kenshin" ได้แล้วดันมาขอเจ้าหล่อนอย่างหน้าไม่อาย หนอย อ้างว่าจะเอาไปสู้กับจิคาเนะ ทั้งๆที่ตัวเองก็มีดาบของซึบาสะพี่ชายที่น่าสงสารที่สุดในโลกมาแล้ว(ซึบาสะ แกน่าจะปล่อยให้ไอ้บ้าตัวนี้ตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนะ ฮึ่ม!) ดีนะที่ฮิเมโกะไม่ยอม ไม่งั้น ฉันได้เกลียดเธอตามไอ้โซมะไปแน่ๆ จริงๆแล้ว ตอนที่ดูการ์ตูนเรื่องนี้ตอนแรก ชอบโซมะนะ หล่อดี แต่..แต่..แต่ การ์ตูนเรื่องนี้สร้างให้จิคาเนะเป็นตัวเอกคู่กับฮิเมโกะ โดยมีเจ้าหมอนี่เป็นตัวประกอบหรือผู้ร้ายที่จะโดนด่าและถูกสาปแช่งให้รีบตายๆไปซะ ตอนแรกชอบแต่ดูๆไปก็เกลียดหมอนี่ขึ้นเรื่อยๆอ่ะ หรือเพราะชอบจิคาเนะมากกว่ามั้ง 555555 ถ้าเจ้าโซมะไปเป็นพระเอกการ์ตูนเรื่องอื่นก็คงชอบไปแล้วล่ะ จะว่าไป ทำไมฉันมานั่งติดตามการ์ตูนยูริอยู่ได้หรือว่าจะไปซะแล้ว?!ถ้าเป็นไปได้ ซึบาสะควรคู่กับโซมะดีกว่า ไม่ก็ โซมะกับยูกิฮิโตะ (ใช้เสียงผู้หญิงพากษ์ด้วยล่ะ) จะเหมาะมาก เพราะเรื่องนี้จะได้มีคู่วายทั้ง Yaoi&Yuri ^{ }^
ครึ่งหลังของตอนนี้เป็นการกลับมา(ชั่วคราว)ของจิคาเนะ ฮิเมโกะดีใจสุดๆ มีหลายซีนที่เราชอบ โอ๊ย จิคาเนะจังน่ารักจังเลย โดยเฉพาะตอนฟุบลงไปบนเตียงแล้วหันมาบอกฮิเมโกะว่าเตียงที่ฮิเมโกะคอยทำความสะอาดและจัดให้เนี่ยมีกลิ่นอายที่รู้สึกดีของฮิเมโกะอยูด้วย น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่ใช่แค่ฮิเมโกะที่หน้าแดงนะ เราคนดูเองยังแอบหน้าแดงด้วยเลย อีกซีนที่น่ารักคือตอนที่จิคาเนะคุยกับฮิเมโกะที่มาขอนอนที่ห้องด้วย น่ารักดีทั้งคู่เลยอ่ะ ^^ รู้สึกว่าดูฉากนี้แล้วมันอบอุ่นใจชอบกล เนี่ยแหละ คืนอันสงบก่อนพายุจะโหมกระหน่ำต่อชะตากรรมของทั้งสอง วันรุ่งขึ้นฮิเมโกะเลยได้จดหมายท้าประลองจากจิคาเนะเฉยเลย (ให้ความรุ้สึกคล้ายอูเทน่ามากเลยล่ะ) แล้วจิคาเนะจังก็จากไป พร้อมกับเสียงหัวเราะที่น่ารัก แต่มีความเหี้ยมอย่างไร้เดียงสาแฝงอยู่(เหมือนอายะตอนถูกเนตรมังกรครอบงำเลย) ที่หลังซึ่งมีสัญลักษณ์รูปพระจันทร์นั้นก็มีพลังของโอโรจิพวยพุ่งออกมา...
สังเกตดูพบว่า จิคาเนะชอบพูดคำลาด้วย gokigenyou ล่ะ ถ้าไม่นับเรื่องมารีมิเตะแล้ว คนที่พูดแบบนี้เท่าที่เรารู้ก็มี มิจิรุ หรือ เซเลอร์เนปจูน จากเรื่องเซเลอร์มูน กับ ฟู จากเรื่องเรย์เอิร์ธ อืม แต่ฟูพูดไม่บ่อยหรอก แค่ครั้งเดียวเองมั้ง ไปๆมาๆ kannazuki no miko เหมือนเป็นการ์ตุนที่ล้อเลียนการ์ตุนหลายๆเรื่องจัง ไม่ว่าจะเป็นยามิโบ มารีมิเตะ กาโอกาอิก้า (หุ่นคล้าย โดยเฉพาะเจ้าตัวสีทองที่มิโกะทั้งสองเรียกขึ้นมา) สำหรับการ์ตุนเรื่องนี้เรายังมีเรื่องให้พูดกันอีกมาก
ต่อมาเป็นเรื่องปรับปรุงบลอค เนื่องจากเราไม่มีพื้นฐาน HTML เลย แต่เคยเรียนภาษาซีมาก่อน เลยพยายามถูๆไถๆจนทำแบล็คกราวน์กับภาพได้หน่อย และก็ปรับความห่างของคอลัมน์ซ้ายมือให้มันกว้างกว่าเดิม คิดว่าอนาคตอยากจะเพิ่มเติมอะไรไปให้ได้มากกว่านี้
ความสนุกของวันนี้ก็จบลงแล้ววันนี้เขียนเยอะมากๆ ก็ดันมีเรื่องให้โม้ซะมากล่ะนี่ เอาล่ะไปเขียนแล็บต่อดีก่า gokigenyou,minasama ^_^
แก้ไขเมื่อ 9/12/2547 1:15:14






