ปลดปล่อยตัวเองรอบที่ 2
posted on 09 Jan 2005 01:47 by saintseiya in Anime-Manga-Game, Seireiสอบเสร็จแล้วโว้ย!!!! สิ้นสุดกันเสียทีกับสงครามมิดเทอมอันยาวนาน 2 อาทิตย์ที่แสนจะอึดอัดก็ได้ผ่อนคลายลงบ้างแล้ว ดีใจจริงๆ แม้ความรู้สึกที่เหมือนเป็นอิสระจากทุกอย่างจะอยู่เพียงแค่ลมหายใจเข้าออกสองสามทีก็ตาม ^3^
ก่อนอื่น เราก็จะมาประเมินผลของสงครามอย่างคร่าวๆเท่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
วันที่ 27 ธันวาคม 2004 สงครามแรก ประมือกับ Phy Inorg ของ เจ้าแม่ซีโอไลต์ ไม่ยากอย่างที่คิดเพราะออกความเข้าใจจริงๆ เมื่อ 2-3 วัน ที่ผ่านมาคะแนนก็ออกแล้ว มีน 30.x/40 เราได้ 34.2 ถือว่าโอเค แต่น่าจะได้มากกว่านี้ ด้วยความเบ้อะบ้ะของเราเอง โง่นี่ เซย์เรย์ แกมันโง่จิงๆ คำนวณให้เขาหมดแล้วแต่ดันลืมตอบคำถามเขา เฮ้อ คิดแล้วน่าสมเพชตัวเองเหลือเกิน T T
วันที่ 28 ธันวาคม 2004 สงครามวันถัดมา ต่อสู้กับ Theory Org ของ อัจฉริยะ M ออกมาค่อนข้างยากแต่ก็พอทำได้บ้าง คะแนนก็พึ่งออกเหมือนกัน มีน 22.x/50 เราได้ 30.9 ก็พอไหว เพราะตอนที่ออกจากห้องสอบมานั้นก็ประเมินไว้แล้วว่าต้องหายไปประมาณ 20คะแนนแบบนี้เท่ากับเราได้กำไร 0.9 คะแนน 55555 ตอนนี้อยู่ในแดน B+ อยู่ แต่วิชานี้อยากได้ A อ่ะ ก็ต้องพยายามต่อไป
วันที่ 30 ธันวาคม 2004 Quantum มหาสงครามวันพิพากษาของ Professor C. โคตรยากอย่างที่คาดไว้เลย ตอนนี้กำลังรอคะแนนออกอยู่จ้า
วันที่ 5 มกราคม 2005 ปีใหม่กับการปะทะกับศัตรูตัวฉกาจ Org Syn ของ Professor V. ที่มีชื่ออันแสนจะไพเราะมากสำหรับชื่อผู้ชาย ยากอยู่และกำลังรอคะแนนออกมาเช่นกัน วันนั้นที่ภาควิชามีกินเลี้ยงปีใหม่ด้วย ก็พลอยได้กินกับเขาบ้างเล็กๆน้อยๆ ที่ตึกเคมี 3 และก็เอาปอปโปลิ่งสีชมพูหวานไปขายไอสะจังที่อักษรด้วยพร้อมกับให้ยืมแผ่นแบ็คอัพไฟล์อนิเมของเราทั้งหมด 4 เรื่องได้แก่ Mariasama ga miteru ~Haru~ , Haruka naru toki no naka de , Kannazuki no Miko และ Gundam SEED DESTINY เราสอบตอนประมาณ สี่โมงกว่า แล้วเลิกตอนหกโมงเย็น ออกมาเรียกว่า หมดสภาพ เพราะทำอะไรไม่ได้เลยนอกจาก นั่งเฉยๆ เพราะ เหนื่อย ทั้งแรงกายแรงใจถูกดูดหายไปกับการรบหมด สมองมึนงงตื้อไปหมด จะกินก็กินอะไรไม่ลง พูดอะไรก็พูดไม่ออก ได้แต่นั่งฟังคำโวยวายง้องแง้งๆของ ไอ้ลิงนุ่น กลับบ้านมาก็ต้องมาอ่านแล็บ Instru เพื่อจะพรีแล็บในวันต่อไปด้วย ทรมาน ทรมานเหลือเกิน หลังจากฟิวส์ขาด กลางดึก(มาก)วันนั้นเลยมาระเบิดอารมณ์ด้วยการนั่งดู Kananazuki no Miko ตอนที่ 1 ซะเลย 5555 หายเป็นปลิดทิ้งแล้วก็นอนหลับอย่างมีความสุข ^^
ปล.คาบควอนตัมเราแอบอ่านออร์ซิน ตอนที่ไม่ทันระวังตัว จิตสังหารจากระยะประชิดก็แผ่ซ่านมาพร้อมกับ โป้ก!"นี่ ทำเป็นหูทวนลม" ProfessorC.เอ่ยขึ้นอย่างยิ้มเยาะหลังจากที่ใช้ชีทควอนตัมในมือจู่โจมลงกลางกระหม่อม ใบหน้าเราร้อนผ่าวเพราะเสียงหัวเราะจากคนในห้องเล็คเชอร์ เจ็บใจๆทำไมถึงสัมผัสจิตสังหารระดับพระกาฬอย่างนั้นไม่ได้นะ คอยดู คราวต่อไปต้องไม่ให้จับได้ ^^
วันที่ 8 มกราคม 2005 เป็นการรบวันสุดท้ายของเรา ศัตรูคือ Chem Drug วิชาเลือก Gen Ed. หมวด สห ของคณะเภสัช ข้อสอบดันมีหลายชุดแล้วเราดันได้ชุดยากอีก แย่จิง มันเลยยากกว่าที่คิดไว้เลยต้องอาศัยดวงแล้วล่ะนะงานนี้ สอบเสร็จก็กินข้าวแล้วก็ไปงาน TAM 2005 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์กับธีและทิพย์ ส่วนใหญ่เราก็ไปเดินเอาของแจกกับดูเกมและคอสเพลย์นิดหน่อย ไม่รู้สิ อาจเพราะไปกับเพื่อนเลยรู้สึกเกรงใจเขาหน่อยๆเลยไม่ได้ไปทางคอสเพลย์มากนัก เจอหนูไอสะจังและพรรคพวกที่คอส Gundam SEED DESTINY ไอสะจังคอสเป็นอิซาคที่เท่มากๆเลย ^w^ ดูงานเสร็จก็กลับมามหาลัยเพราะสัญญาแล้วว่าจะเล่น จับหมู การละเล่นสุดฮิตของภาคเราซึ่งเปิดวงกันได้ทุกวัน เราไม่ได้เล่นมาหลายอาทิตย์แล้ว วันนี้เป็นการหวนคืนสู่สนามสำหรับปีนี้เลย ก็ประเดิมด้วยการเป็น หมู ซะงั้น แถมทั้งสองตาอีกต่างหาก - - เอาเหอะ ไว้ตอนที่แข่งใน กีฬาสามัคคีกลุ่ม ก่อนเหอะ จะเอาจริงกว่านี้แน่ จะว่าไปทีมเรายังไม่มีเหรียญหรือความโดดเด่นในชนิดกีฬาใดๆสักอันเลยแฮะ ไม่ยอมๆ >_<
สถานการณ์คร่าวๆก็ประมาณนี้แหละ
อยู่ๆก็อยากพูดเรื่อง Y เพราะนึกถึงตอนที่จับฉลากปีใหม่ของภาค มีอยู่รางวัลนึงที่ให้คนที่มีอักษรภาษาอังกฤษชื่อและนามสกุลเป็นเป็นตัวเดียวกันวิ่งขึ้นไปจับ เพื่อนเราคนหนึ่ง หนูนนท์ ผู้มีชื่อและนามสกุลขึ้นต้นด้วย Y ทั้งคู่ได้ขึ้นไปจับ เราก็เรียกมันว่า น.ส.ว้าย วาย อะไรจะ Y และ Y ได้ขนาดนี้นะ แต่ตัวเค้าไม่ได้ Y นะ เป็นคนที่ไม่ได้อ่านการ์ตูนเลยด้วยซ้ำไป เลยไม่เข้าใจ Y ของเราหรอก ก็เลยกลายเป็น น.ส.โวย วาย ไปแทน เพราะเธอคนนี้ยาม alert นั้น ขี้โวยวายสุดๆ
ต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชมรับฟัง ^^
เมื่อลองมานั่งนึกถึงคำว่า Y แล้ว คนที่อ่านการ์ตูน ดูอนิเม ย่อมเข้าใจคำนี้กัน มากน้อยแค่ไหนแล้วแต่ประสบการณ์แต่ละคน สำหรับเราแล้ว เราเข้าใจว่า Y = Yaoi & Yuri ซึ่งสื่อถึงความสัมพันธ์แบบ ชาย-ชาย (ยาโอย) และหญิง-หญิง (ยูริ) ที่มีปนๆมากับการ์ตูน เกมและอนิเมเรื่องต่างๆมากบ้างน้อยบ้างก็ว่ากันไป และมีอีกกลุ่มคำนึง Shounen ai & Shoujou ai ซึ่งก็เป็นความสัมพันธ์เหมือนแบบวายแต่ความเข้มข้นรุนแรงจะน้อยกว่า เช่น วายอาจจะมีเรื่องความสัมพันธ์กันทางกายด้วยแต่ในกลุ่มโชเน็น-โชโจไอจะไม่เน้นส่วนนี้ (เท่าที่เราดูๆมานะ) เราชอบกลุ่มโชเน็น-โชโจไอมากกว่าเพราะมันน่ารักดี ^^ ดูทีไรก็ยิ้มตลอดเรื่องทุกที คำว่า Y นั้น หากเรียกหรือเขียนอย่างนี้เฉยๆคนส่วนใหญ่มักจะนึกแค่ Yaoi เท่านั้น เราคิดว่าคงเพราะยาโอยเป็นรสนิยมที่สาวๆผู้รักการ์ตูนทั้งหลายชื่นชอบกันเสียมาก และผลงานของยาโอยนั้นมีออกมามากกว่ายูริด้วย ผู้ชายที่ชอบยูริก็มีนะแต่น้อยหากเทียบกับรสนิยมแนวอื่นเช่น L H M เหล่าโอตาคุทั้งชายและหญิงคิดว่าไงบ้างก็ comment มาล่ะกัน
ผู้ชายธรรมดาที่ชอบยาโอย อืม ไม่รู้เหมือนกันแฮะว่ามีหรือป่าว ถึงไม่ชอบก็อาจจะรู้สึกเฉยๆก็ได้ แล้วผู้หญิงธรรมดาที่ชอบยูริล่ะมีมะ อืม อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน ถึงไม่ชอบก็อาจรู้สึกเฉยๆได้เช่นกัน ถ้าถามตัวเราแล้ว ยาโอยกับยูริ สำหรับเราคงตอบได้ว่า ชอบเป็นเรื่องๆ แฮะ ไม่ได้ปฏิเสธนะว่าไม่ชอบแต่ก็ไม่ได้ชอบทุกเรื่อง
เราอ่านการ์ตูน ดูอนิเม เรื่องไหนก็เพราะเราสนใจเรื่องนั้นๆโดยที่ไม่เกี่ยงว่าเป็นการ์ตูนสำหรับชายหรือหญิง หรืออะไร..อย่างอื่น เพียงรู้สึกว่ามีความสุขที่ได้ดูได้อ่านก็พอแล้ว อาจใช้ปัจจัยและเหตุผลง่ายๆบางอย่างก็ทำให้เราสนใจขึ้นมาได้เช่น ฉันชอบเสียงของคุณโนโตะ มามิโกะ ก็เท่านั้นเอง อย่างเงี่ย ก็ทำให้เรารู้จัก School Rumble และก็ชอบขึ้นมาด้วย ไม่เพียงเพราะมามิโกะซังพากษ์ในเรื่องนี้เท่านั้น แต่เนื้อเรื่องของเรื่องนี้มันสนุกและฮาดีก็ถือว่าเป็นกำไรไป
กลับมาที่เรื่องของ Y มานั่งๆนึกดู ถ้าจำได้คร่าวๆ ก็คงประมาณม.ปลายมั้งที่เรารู้จักคำว่า Y (3-5 ปี ที่แล้ว นานมะ) โดยรู้จักคำว่า Yaoi กับ Shounen ai ก่อนและก็ต่อมาภายหลังอีกนานถึงจะรู้จัก Yuri กับ Shoujou ai จริงๆ พอได้รู้จักแล้ว ทีนี้การ์ตูนกับอนิเมที่เมื่อก่อนเคยดูด้วยความบริสุทธิ์ใสซื่อก็ถูกย้อมด้วยสีแห่ง Y อย่างง่ายดาย เมื่อก่อนดูก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเอาเรื่องเก่าๆกับมาดูก็คิดคู่วายออกมาได้เป็นกระบุงฮิเอกับคุราม่ากลายเป็นคู่วายคลาสสิคคู่แรกที่รู้จัก แต่เราเกลียดคู่นี้อย่างรุนแรงเพราะเราชอบฮิเอมาก ^O^ และเกลียดนังคุราม่าด้วย >3< (แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้วเพราะหากเป็นสมัยยังสาวราวๆม.ต้นม.ปลายจะเกลียดหมอนี่อย่างรุนแรง) เรานั้นหากชอบตัวละครตัวไหนมากๆแล้วจะไม่จับเป็นคู่วายเด็ดขาดทั้งชายและหญิง เว้นกรณีที่ว่าเราชอบทั้งคู่ก็พอไหว ^^(อย่างมุรากิกับซูซูกิ เซย์กับโยโกะ)คู่ยูริคลาสสิคคู่แรกที่รู้จักก็คงเป็น ฮารุกะกับมิจิรุ จำได้ว่า ตอนเซเลอร์มูนเอสฉายช่อง 9 นั้น กรี๊ดฮารุกะมากๆ เท่อย่าบอกใครเลยXDพอมีมิจิรุคนสวยมาอยู่เคียงข้างก็เสริมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยกแน่ะ พอยิ่งเวลาผ่านไป ปริมาณคู่วายที่ออกมาตามการ์ตูนและอนิเมเรื่องต่างๆก็ทะลักออกมาเรื่อยๆทั้งที่เนื้อเรื่องจงใจให้ใช่กับที่พวกแฟนๆจับคู่ให้เอง ในเรื่องเซนต์เซย์ย่าการ์ตูนสุดโปรดของเราอีกเรื่องก็โดนด้วยเช่นกัน เรียกว่าไม่พ้นเงื้อมมือหรอก ก็บรรดาตัวละครที่งามงดงดงามอย่างนั้นจะเหลือเหรอ แน่นอน จะจับคู่ใครก็จับไปแต่ใครอย่าได้บังอาจมาจับคู่ ท่านชากะที่รักของเราเด็ดขาด ไม่ยอมๆ แม้ท่านชากะจะโดนจับคู่กับ มู บ้าง อิคคิ บ้าง เราก็ไม่ขอยอมรับเด็ดขาด คู่ของมิโลกับคามิวนั้นเป็นคู่ที่โดนเป็นประจำ เฮียวงะกับชุนด้วย อืม ยังมีอีกหลายคู่ หากสนใจเชิญไปเสิร์ชหาได้ตามอินเตอร์เน็ตรวมถึงบอร์ด TSS ได้เลยจ้า ^^
อาจเป็นเรื่องธรรมดาไปก็ได้นะสำหรับการ์ตูนที่มีตัวละครเพศใดเพศหนึ่งมากเกินไป เช่น ผู้ชายเยอะมากกกก โดนแน่ๆ กับผู้หญิงเยอะมากกกกกก อันนี้อาจจะโดนเหรือไม่โดนก็ได้เพราะผู้หญิงเยอะมากก็อาจจะเป็น ฮาเร็ม ของตัวพระเอกไปแทน แทบจะน้อยนิดกะปิดริดที่จะเป็นยูริ แต่ก็อาจจะมีก็ได้ เพราะเราเองก็ไม่ได้รู้จักการ์ตูนทุกเรื่องในโลกซักหน่อย แต่หลังๆเกมและการ์ตูนแนวยูริก็มีมากขึ้นเพราะเห็นได้ตามอินเตอร์เน็ตอยู่บ้าง แน่นอนสำหรับเกมคอมแล้วเฮนไตย่อมมีมากสุดอยู่แล้วนิ ^^
คำว่า Yaoi นั้นมันมาจากไหนเราก็ไม่รู้ แต่สำหรับ Yuri นั้น เรารู้มาว่า ยูริในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ดอกลิลลี่ เป็นชื่อเด็กผู้หญิง (แต่ไหง ชิบุยะ ยูริ ใน Kyou kara Maou ถึงเป็นผู้ชายล่ะฟะและอนิเมเรื่องนี้เป็นแนววายด้วยสิ ^^) เพราะงี้มั้ง ยูริเลยเป็นคำที่สื่อถึงผู้หญิงได้ดี
การ์ตูนที่เนื้อเรื่องวายๆนั้น บางคนก็เรียกการ์ตูนเกย์ การ์ตูนเลส โดยการ์ตูนเกย์นี่มีให้เห็นมากมายรวมถึงโดจินชิแนวนี้อีกนับไม่ถ้วน เห็นมะว่ากระแสวายนี่มันแรงแค่ไหน ในนิตยสารอนิเมเล่มอะไรก็ไม่รู้ (จำไม่ได้) เคยมีบทความพูดถึงการ์ตูนวายเรื่องแรกของญี่ปุ่น (โทษทีจำชื่อไม่ได้ไปหาอ่านในอนิเมล่ะกัน) ส่วนเราบังเอิญเจอเว็ป lililicious ซึ่งเป็นกลุ่มที่แปลการ์ตูนมารีมิเตะออกมารวมถึงยูริอื่นๆ (หมายความว่าไงฟะที่เหมาเอามารีมิเตะไปในยูริ อย่างมากสุดของเรื่องนี้เราก็ว่าแค่ Shoujou ai เท่านั้น) ก็เจอเรื่องนึงชื่อ Shiroi heya no futari ลายเส้นเก่าๆ คงยุคประมาณกุหลาบแวร์ซายย์กระมัง การแต่งตัวของตัวละครก็แนวเก่า เก่าจิงๆ แต่เนื้อเรื่องน่ารักดี เรากำลังคิดอยู่ว่านี่เป็นการ์ตูนแนวยูริหรือโชโจไอเรื่องแรกหรือป่าวนะ น่ารักจริงๆและสะท้อนความจริงหลายๆอย่างออกมาได้ดี และอาจเป็นสูตรสำเร็จของการ์ตูนแนวนี้ที่ว่า จบแบบเศร้า ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันก็ต้องมีความตายมาแยกคู่นางเอกออกจากกันจนได้ คิดแล้วน่าสงสารจัง พอเราอ่านเรื่องนี้จบ ก็นั่งน้ำตาซึมหน้าจอคอมแล้วก็คิดว่า
ทำไมคนที่รักกันถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันนะ ทำไมคนเราต้องสนใจสิ่งที่ธรรมชาติขีดแบ่งกั้นไว้ด้วย และทำไมคนเราถึงอดที่จะแคร์เรื่องพวกนี้ไม่ได้นะ
ในความเป็นจริงคนเราคงจะทำเป็นไม่สนใจไม่ได้หรอกเพราะสภาพสังคมแต่ละที่แต่ละแห่งย่อมต่างกัน การยอมรับในตนเองเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหากเอาแต่โกหกตัวเองต่อไปคงต้องเข้าทำนองที่ว่า ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา (อีกแล้วที่ได้พูดคำนี้ออกมา ภาษาไทยจะวิบัติไม๊เนี่ย)
การ์ตูนยาโอยกับโชเน็นไอที่จบแบบเศร้าๆมีไม๊นะ คงมีแหละ และพวกนี้เราว่าถ้าผูกเนื้อเรื่องกับความสัมพันธ์ของตัวละครดีๆจะกลายเป็นการ์ตูนที่ดีมากๆเลยทีเดียว อาจจะดีกว่าแบบที่จบแบบ Happy Ending เสียอีก
จะว่าไปที่มีของยาโอยอาจจะเป็นเพราะความลึกซึ้งของมิตรภาพระหว่างผู้ชายเค้าก็ได้ ส่วนใหญ่เพื่อนนี่แหละตัวดีเลยที่จะโดนจับมาวายกันแต่ก็ทำออกมาได้ดีนะเราว่า แม้บางครั้งพวกเขาไม่ได้เป็นแต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นคู่วายกัน ส่วนยูรินั้น ก็อาจจะมีทั้งมาจากเพื่อนและก็พวกรุ่นพี่รุ่นน้อง ผู้หญิงนั้นอาจมีความลึกซึ้งของความสัมพันธ์แบบพี่น้องมากกว่าก็ได้แล้วมันจะดูน่ารักไปเลย เพื่อนสนิท แหม เพลงเค้าก็ออกดัง คำนี้ก็ฮิตกันขึ้นมา แต่หากคิดดูมันก็ใช้คำนี้ได้ในหลายๆทางแล้วแต่ว่าใครจะนิยามยังไง คู่วายที่มีความสัมพันธ์อยู่ระหว่างเพื่อนกับแฟนก็คงจะใช้คำนี้ได้กระมัง และเราว่ากลุ่มนี้แหละที่ดูแล้วน่ารักสุด เพราะมันจะทำให้เราคิดอยู่เสมอว่า ตกลงมันจะเป็นยังไงกันแน่ น่าคิดน่าลุ้นดีออก ^^
โอย เขียนมาถึงตรงนี้ชักเมื่อยมือแล้ว ไว้มาต่อวันหลังล่ะกัน ขอบคุณมากๆที่เสียเวลามานั่งอ่านบลอคของเรา หวังว่าคงได้อะไรกลับไปบ้าง ^^ Gokigenyou






