Travel Italy with Marimite
posted on 24 Dec 2008 00:33 by saintseiya in Anime-Manga-Game, Knowledgeยังมีชีวิตอยู่ค่า!!!!
หายตัวไปจากบลอคหลายวัน ^^" เพราะรีบเคลียร์ Persona 4 ให้จบก่อนจะเปิดเทอม สองอาทิตย์ที่ใช้เวลากับเกมนี้ช่างคุ้มค่า ประทับใจภาค 3 มาแล้ว ภาค 4 ก็ยังประทับใจอยู่ เนื้อเรื่องสุดยอด! XD ตัวละครโฮก เซย์ยูโฮก เล่นเพลินจนบางทีคิดว่าอยากให้เนื้อเรื่องยาวกว่านั้น TwT เป็นอีกเกมที่ทำให้นั่งร้องไห้หน้าจอได้ เป็นอีกเกมที่นั่งจิ้นวายเพลินไปเลย (ฮา) ที่แม้จะไม่ (แอบ) วายมากเหมือนภาค 3 ก็ตาม ก็ยังสนุกกับมันได้ 95-96 ชม. เคลียร์รอบแรก TwT รอบสองคงไม่ไหว ยังมีคิวเกมอื่นๆเล่นต่อ (ฮา)
วันนี้เลยมาปัดฝุ่นสักนิดก่อนวันคริสต์มาสจะมาถึง (อีกนิดส์แล้ว) ^^" เป็นเรื่องที่เคยเขียนในเวป Lily-school ไว้สามตอน พึ่งเสร็จไปเมื่อวาน จากเดิมจะมาเพิ่มเติมต่อในบลอคแต่ขี้เกียจ =w=" ขอแปะจากตัวเวปมาลงบลอค แล้วใครอยากจะคอมเมนต์หรือแสดงความเห็นเพิ่มเติมก็ลงบลอคหรือลงที่เวปโรงเรียนได้เลย
*** ผู้ที่จะใช้อ้างอิงที่ไหน ขอเครดิตคนเขียนด้วย***
เราใช้เขียนนานมาก กรุณาอย่าทำนาบนหลังเรานะคะ ^^"
Travel Italy with Marimite
by Seirei
source&info: Wikipedia
สำหรับพาร์ทแรกเราจะก็อปจากที่เวปมาลงก่อน พาร์ท 2&3 จะลิงค์ไปที่เวปโรงเรียน หากใครสนใจเวปโรงเรียนลิลลี่ก็ลองเข้าบอร์ดแล้วสมัครดูนะ
Introduction
อนิเมที่เราชอบแนวโชโจไอ-ยูริคงไม่พ้น Maria-sama ga miteru หรือมาริมิเตะ เป็นแน่แท้ ดังนั้นเอนทรี่นี้ขอนำทุกท่านย้อนระลึกชาติมาริมิเตะโอวีเอแผ่น 5 ซึ่งเป็นแผ่นสุดท้ายของ 3rd season ก่อนที่ 4th season หรือภาคสี่จะออกฉายเป็นทีวีซีรีย์ในเดือนมกราคม 2009 ที่จะถึงนี้
ova แผ่น 5 เป็นเรื่องราวฟิล์ดทริป (ทัศนศึกษา) ของพวกยูมิที่ประเทศอิตาลี โดยส่วนตัวอิตาลีเป็นประเทศแรก ๆ ในดวงใจที่อยากไปเที่ยวมาก ด้วยว่าเป็นแหล่งรวมอารยธรรมหลายด้าน ตอนดูแผ่น ห้าก็ชวนนึกสงสัยว่าที่พวกยูมิไปเที่ยวนะมันที่ไหน ชื่ออะไร ฯลฯ เนื่องจากไม่เคยอ่านนิยายของตอนนี้ เลยไม่รู้ว่าอ.คนโนะ โอยูกิ บรรยายถึงสถานที่ต่าง ๆ ในเนื้อเรื่องมากน้อยแค่ไหน ในแฟนซับก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไร…
ดังนั้น ทำเองซะเลย!
หลังจากที่ลิสต์สถานที่และผลงานทางศิลปะ ที่ปรากฏในโอวีเอห้าออกมา…….เยอะมากจนไม่สามารถหาได้ครบหมด (ขออภัย TwT) และจำเป็นต้องแยกหลายตอนจะได้อ่านกันสะดวกไม่โหลดรูปโหด (และคนเขียนไม่ตายก่อน ฮา)
อ่ะแฮ่ม! ก่อนจะเข้าเรื่อง ขอหยิบอะไรให้ดูก่อนเผื่อบางคนยังไม่เคยอ่านจากบลอคเรา
Prolouge
มาริมิเตะโอวีเอนี้แฝงกลิ่นไอของเรอเนสซองซ์ มาก จากความหมายของมัน (Renaissance = rebirth) ตามความเห็นเพราะว่าระยะห่างจากภาคฮารุ (ภาคสอง) มาภาคสามนานมาก การที่มาริมิเตะกลับมามีภาคสามได้ก็เหมือนกับการเกิดใหม่ เฉกเช่นยุคฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมที่นำสไตล์กรีก-โรมันกลับมาใหม่ ล้างภาพจากยุคกลางออกไป (แล้วก็เริ่มต้นที่อิตาลีนั่นแล)
Primavera
เริ่มต้นจากภาพของ OP ก็ได้ยืมโพสท่าของภาพพรีมาเวร่าของ บอตติเชลลีมาแล้ว ตำแหน่งแต่ละคนคงยากจะบอกว่าเป็นเหตุบังเอิญ ^^” พรีมาเวร่า ถ้าแปลแบบภาษาไม่สวยนักคือ การเริ่มต้นเข้าสู่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง รายละเอียดเคยพูดในบลอคเมื่อเกือบสองปีก่อนที่โอวีเอแผ่นแรกออก
Primavera, The Garden of Venus [Sandro Botticelli, 1482]
แล้วฉากเปิดก็ดำเนินต่อไปจนสุดท้าย…
Piazza del Duomo (or Piazza dei Miracoli)
เทียบกับของจริง (จิ้มที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่ หรือจิ้มที่ลิงค์ด้านล่าง)
http://en.wikipedia.org/wiki/Piazza_dei_Miracoli
ฉากสุดท้ายของ OP คือ มหาโบสถ์แห่งปิซ่าและหอเอนปิซ่าที่ตั้งอยู่ใน Cathedal square ตามชื่อภาษาอิตาเลียน จตุรัสดังกล่าวถือว่าเป็นศูนย์กลางหรือหัวใจของเมืองปิซ่า ไว้พูดอีกทีตอนเขียนพาร์ทเมืองปิซ่า ในมาริมิเตะ ก็จะปรากฏในตอนห้าหรือแผ่นสุดท้ายของภาคสาม ที่เมืองนี้เองที่พวกยูมิได้พบกับโรซา คานิน่า หรือคานินะ ชิซึกะซามะ อีกครั้ง
เข้าสู่เนื่้อหาจริง ๆ กันเถอะ
Part I : Rome
จุดเริ่มต้นของพวกยูมิหลังจากบินจากญี่ปุ่นมาอิตาลีคือ กรุงโรม หรือ โรม (Rome) เวลาส่วนใหญ่ในเมืองนี้หมดไปกับวาติกันมิวเซียมดังนั้นขอแยกโรม กับวาติกันมิเซียมคนละพาร์ท
มหาวิหารเซนต์จอห์นแลเตอร์รัน (Basilica of St. John Lateran)
นี่คือที่แรกที่พวกยูมินั่งรถผ่านเพื่อจะไปยังโรงแรมที่พัก
http://en.wikipedia.org/wiki/Basilica_di_San_Giovanni_in_Laterano
มหาวิหารแห่งโรมที่เก่าแก่และมีตำแหน่งสูงสุด (ความสำคัญลำดับสูงสุด) ปัจจุบันคือที่นั่งประจำการของโป๊ปหรือพระสันตะปาปาแห่งคริสต์ศาสนาโรมัน คาทอลิก
ที่ดูหรูหราฟู่ฟ่าเพราะเป็นสถาปัตยกรรมแบบบาโรคที่จะมีจุดเด่น คือ ความอลังการงานสร้าง
เกร็ด: basilica คือ มหาวิหาร จะใช้สำหรับโบสถ์ที่ใหญ่และมีความสำคัญ ทั่วโลกมีบาซิลิก้าอยุ่มากกระจายในประเทศที่มีประชากรคริสต์เยอะแต่เฉพาะที่ ในอิตาลีประเทศเดียวก็เยอะมากจนเที่ยวไม่หมด
ฉากถัดมา
The National Monument of Victor Emmanuel II
อนุสรณ์สถานแด่คิงวิคเตอร์ เอ็มมานูเอล กษัตริย์คนแรกที่รวบรวมอิตาลีได้เป็นสำเร็จ (จากหลังยุคกลางที่อิตาลีแตกเป็นแว่นแคว้นทั้งหลาย คนที่เคยอ่าน “มงกุฏมาดอนนา” ของอ.ไซโต้ จิโฮะ คงพอจะนึกออก)
อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Neo-classic (เห็นเสาแบบโครินเธียนมาแต่ไกล ^^)
ของจริง
http://en.wikipedia.org/wiki/Monument_to_Vittorio_Emanuele_II
เมื่อถึงโรงแรมที่พักและผ่านผ่านค่ำคืนชวนจิ้นวายของสาวกคู่ยูมิกับ โยชิโนะไปแล้ว พวกเธอก็เดินทางไปวาติกันมิวเซี่ยม (ซึ่งจะลงในพาร์ทสอง ติดตามตอนต่อไป ^^”) จากนั้นกลุ่มยูมิได้มาที่นี่
The Mausoleum of Hadrian or Castel Sant’Angelo สุสานของจักรพรรดิเฮเดรียนแห่งโรมัน ตั้งชื่อริมแม่น้ำไทเบอร์ นอกจากเป็นสุสานแล้วยังเคยใช้เป็นป้อมปราการและ ปราสาท ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ เกร็ด: เพราะเดิมสร้างในสมัยโรมัน ก็จะเป็นแนวป้อมปราการใหญ่บึกบันเช่นนั้น สถาปัตยกรรมโรมันจะเน้นประโยชน์การใช้สอยเป็นหลัก ซึ่งถ้าเป็นกรีกจะเน้นความงาม สไตล์แบบกรีกและโรมันจะเรียกรวมกันว่า “คลาสสิค” (Classic)
ของจริง http: //en.wikipedia.org/wiki/Castel_Sant%27_Angelo
ทางเชื่อมจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ออกมาที่ซานแองเจโล ก็คือ สะพานแห่งเฮเดรียน ในมาริมิเตะเหมือนจะมีฉากสะพานแว่บนึงแต่ไม่ได้แคปรูปมา
http://en.wikipedia.org/wiki/Ponte_Sant%27Angelo
Ponte Sant’Angelo สะพานแห่งโรมซึ่งเดิมเคยใช้ชื่อว่า Pons Aelius หรือ Bridge of Hadrian สร้างในสมัยโรมันยุคจักรพรรด์เฮเดรียน จุดสังเกตสะพานสไตล์โรมันคือ โค้งรูปไข่ เกร็ด: ด้วยความรุ้ฟิสิกส์ได้พิสูจน์และทำให้รู้ว่าจุดโค้งมนคือส่วนที่แข็งแรงที่ สุดของไข่ (แนวตั้งของไข่นั่นเอง) ส่วนที่เราชอบสำหรับสะพานนี้คือ รูปปั้นทูตสวรรค์ที่ประดับอยู่สองข้างทางสะพาน ซึ่งมีทูตสวรรค์อยู่สิบองค์ ที่ลิงค์ของสะพานมีลิสต์รูปปั้นทูตสวรรค์อยู่ ใครสนใจเพิ่มเติมเชิญอ่านและชมความงามของรูปปั้นเหล่านั้น ^w^)
พอยูมิไปซานเอเจโลเสร็จก็มานั่งพักอยู่ที่นี่….
The Spanish Steps บันไดสูงชันเชื่อมระหว่าง Piazza di Spagana และ Piazza Trinità dei Monti ซึ่งมีโบสถ์อยุ่ด้านบนคือ Trinità dei Monti ส่วนเสาที่ตั้งตะหง่านนั้นเราว่ามันคือ โอเบลิสค์ ซึ่งพบได้ตามจตุรัส (Piazza) ในอิตาลี

ของจริง http://en.wikipedia.org/wiki/Spanish_Steps
คืนก่อนวันก่อนไปฟลอเรนซ์ ยูมิเห็นโยชิโนะคุยกับเรย์ก็เกิดนึกถึงคุณพี่ซาจิโกะขึ้นมา ฉากนี้ ทำให้พวกเราค้นพบเพิ่มว่าพวกยูมิได้ไปน้ำพุแห่งนี้ในโรมด้วย

http://en.wikipedia.org/wiki/Trevi_Fountain
Trevi Foutain หรือภาษาอิตาเลียนคือ Fontana di Trevi น้ำพุแห่งนี้เป็นสถานที่ดังอีกแห่งในโรมที่ไม่ควรพลาด ลักษณะงานเป็นบาโรคที่เน้นความอลังการงานสร้าง เป็นน้ำพุสไตล์บาโรคที่ใหญ่ที่สุดในโรม ตัวธีมของน้ำพุคือ เทพนิยายกรีกตอน Tritons กำลังสอน Oceanus ฝึกม้าทะเล Hippocamp ให้เชื่อง
ธรรมเนียมปฏิบัติของนักท่องเที่ยวคือ โยนเหรียญสามเหรียญลงไปที่น้ำพุเทรวีมีความเชื่อต่าง ๆ นานากันไป เช่น ถ้าโยนแล้วจะได้กลับมาที่โรมอีกครั้ง สำหรับเวอร์ชั่นปัจจุบันคือ เพื่อความโชคดีเป็นสิริมงคลราวๆ นั้น ^^” แล้วต้องโยนให้มือขวาเหนือไหล่ซ้ายด้วย (ลองดูตัวอย่างที่ยูมิโยนในโอวีเอ)
to be continued…..









และงานนี้ขอซูฮกผู้เขียนด้วยอีก1ค่ะ
ที่วาดได้ เหมือน และใกล้เคียง ของจริงม้ากมาก
#1 By ๛Girl In Game๛ on 2008-12-24 16:47