[Marimite fanfic] Tsunderella Part II

posted on 19 Jan 2009 14:38 by saintseiya  in Anime-Manga-Game

Tsunderella Part II

by โรซ่า บากายาโร่ (นามปากกาเฉพาะเวลาเขียนแฟนฟิคมาริมิเตะของเซย์เรย์ ฮ่าๆ)

คำเตือน: พาร์ทนี้ยาว ด้วยว่าได้เวลาเขียนมากขึ้นเลย ยิ่งเลยเถิด ฮา

คำเตือน 2: คนเขียนรู้สึกอยากแซวหรือมีส่วนร่วมกับซึนเดเรลล่าและตัวละครอื่น ๆ ในเรื่องด้วย คอมเมนต์ที่ชัดเจนของคนเขียนจะเป็นลักษณะนี้ << [คนเขียน: .....] แบบนี้ค่ะ

ตอนที่แล้ว http://saintseiya.exteen.com/20090116/marimite-fanfic-tsunderella-part-i

                      ณ งานเลี้ยงเลือกคู่หูของเจ้าหญิงรัชทายาทยูมี่ แห่งอาณาจักร ลิลลีทาเรีย ทุกคนในงานล้วนแล้วตกตะลึงที่จู่ ๆ องค์หญิงยูมี่กลับเข้างานพร้อมกับเด็กสาวหัวสว่านเป็นคบเพลิงแล้วยังชุดประหลาดที่สวมใส่มาช่างต่างจากชุดราตรีของทุกคนในงานราวฟ้ากับเหว

แม่เลี้ยงของซึนเดเรลล่า ยชชี่ ที่ตัวแทบติดอยู่กับท่านต้นห้ององค์ราชินีตลอดเวลาก็ถึงกับผงะ。。。ผมทรงนั้นทำไม๊ทำไมมันคุ้น ๆ.....

"ระ หรือว่า....."ยชชี่หรี่ตาลงเหมือนไอ้สิ่งที่คิดกำลังจะปิ๊งออกมาแต่ก็ถูกรบกวนด้วยใบหน้าและน้ำเสียงสุดหล่อของต้นห้ององค์ราชินีที่เอ่ยถามยชชี่ด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นเธอทำท่า....น่ากลัว ความเจิดจ้าของท่านต้นห้องทำเอายชชี่ละลายเหลวเป๋วเลิกคิดถึงสิ่งอื่นใดไปเรียบร้อย...

"ทุกคนมองพวกเรากันใหญ่เลย" องค์หญิงดูตื่นเต้นดี ในขณะที่ซึนเดเรลล่าเริ่มวางตัวไม่ถูก จะทำสีหน้ายังไงดีต่อเหล่าแขกเหลื่อทั้งหลาย แล้วนั่น เบื้องหน้าบนบัลลังก์ องค์ราชินีซาจิโกะแห่งอาณาจักรลิลลีทาเรีย กำลังพิจมองดูเธอตั้งแต่หัวเกลียวยันส้นเท้า << [คนเขียน: ท่านซัจจี้จะดูเบื้องล่างไปเพื่อ   =w="]

เมื่อเลยเถิดมาถึงขนาดนี้จะถอยก็ไม่ได้。。。นางซึนกลืนน้ำลายดังเอือก

องค์หญิงเหลือบมองซึนเดเรลล่าด้วยปลายตา เธอคิดว่าจะต้องช่วยปลดเปลื้องสถานการณ์ที่ดูมาคุนี้ซะ...

จังหวะเหมาะพอดี๊พอดีที่เพลงวอลทซ์ (Waltz) ขึ้น องค์หญิงเลยลากนางซึนไปที่ฟลอร์แบบที่ไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว

"เคยเต้นรำบ้างรึเปล่า" ท่านยูมี่ถามนางซึนขณะที่จัดท่าจัดทางให้เธอเต้นเป็นฝ่ายหญิง นางซึนสะดุ้งเฮือกเมื่ออีกฝ่ายโอบเอวของตน

"ก็ไม่เชิงว่าเคยเต้น" จะให้บอกพระองค์ไปเหรอว่าตัวเองเคยเต้นแต่เกมเต้นสุดคลาสสิค แดนซ์แดนซ์มาเนียและแดนซ์แดนซ์เรโวลูชั่น  "แต่นะแต่ ฉันยังไม่ได้ตกลงจะเต้นรำกับท่านนะ"

"ฉันจะนำให้นะ" องค์หญิงยูมี่พาซึนเดเรลล่าเต้นจังหวะวอลทซ์โดยไม่สนใจคำพูดอีกฝ่าย

"ก็ฉันบอกแล้วนี่ ว่า "บังคับ" " ยิ้มแบบนั้นอีกแล้ว ยิ้มที่ซึนเดเเรลล่าพ่ายให้ทุกยก...

แม้จะไม่เคยเต้นรำแบบนี้มาก่อนแต่นางซึนก็เนียนตามองค์หญิงไปได้อย่างลงตัว ทั้งคู่ดูโดดเด่นกลางงานมาก (ด้วยว่าหัวสว่านสีแดงเพลิงคู่นั้น...)

 ในขณะนั้นเอง..

"ฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลยนะ.."

"ซึน.......!!!!!!" เด็กสาวชะงักกลางคัน

(ลืมไป!!!lol เรามาที่นี่ด้วยกะว่าแต่งคอสเพลย์เพื่อไม่ให้ใครรู้จักเราได้..แต่ว่าองค์หญิงอยากรู้ชื่อเรา...)ซึนเดเรลล่าคิดหนัก..

"หืมมม...ซึน??" องค์หญิงหูไวเเช่นเคย เธอทวนอีกรอบว่าได้ยินไม่ผิด โดยโน้มหน้าเอียงหูเข้าไปฟังให้ชัด ๆ จากปากเด็กสาวหัวสว่าน

(ใกล้เกินไปแล้ว!?) นางซึนโวยวายในใจ =//[]//=!)

"จะ...จะ... จะ....จะ...... จะชื่ออะไรก็ช่างฉันเถอะค่ะ!!!!!!!!" ซึนเดเรลล่าระล่ำระลักตอบแบบไม่ยั้งคิด อีกฝ่ายกลับรู้สึกว่าอยากรู้จักสาวน้อยนิรนามคนนี้มากยิ่งขึ้น

โชคร้ายว่าเพลงจบไปซะก่อน  ซึนเดเรลล่าได้จังหวะผละจากยูมี่ออกฟลอร์ไป ไกลลิบตรงฝั่งบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ มีของน่าอร่อยทั้งนั้น (ตาดีนะนั่น) เธอมุ่งหน้าไปที่หมายใหม่โดยมีท่านยูมี่ตามมา

"ขอกินด้วยคนสิ ฉันเองก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย" องค์หญิงพยายามชวนคุย

"ของพวกนี้ก็ของท่านไม่ใช่เหรอ จะมาขอทำไม" ซึนเดเรลล่าตอบขณะหยิบเมล่อนปังใส่จาน

(อาาาาา ฉันได้ใส่ชุดคอสชานะแล้วยังได้กินเมล่อนปังอีก!) ในใจหล่อนกำลังโฮกฮากเมล่อนปังตรงหน้า

"ขององค์ราชินีต่างหาก" องค์หญิงหยิบช็อคโกแลตโคโรเน็ทใส่จานให้นางซึน "เธอน่าจะชอบเจ้านี่ด้วย"

(ทะ ทำไมถึงรู้ล่ะ!!!) มีญาณทิพย์ มีผีบอก หรือว่า..บังเอิญ ก็ไม่เป็นไร นางซึนกล่าวขอบคุณ แค่นี้ก็ทำให้อีกฝ่ายยิ้มอย่างมีความสุข นางซึนแทบจะหยุดหายใจ << (คนเขียน:แอบโดนวิ้งค์เข้าเรอะ =w=")

(ฉันไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยยยยย) ถึงฝันก็ยังดีแล้วสำหรับซึนเดเรลล่าที่ได้มีช่วงเวลาแสนสุขกับองค์หญิงยูมี่สุดปลื้มของเธอ

เวลาอาหารค่ำของทั้งสองเป็นไปอย่างรวดเร็ว อาหารเหล่านี้ช่างเลิศรส เธอกินเสียปานประหนึ่งไม่เคยกินของดี ๆ และอร่อยแบบนี้มาก่อนแม้กระทั่งองค์หญิงเองก็ยังตกใจว่าร่างเล็ก ๆ นี่สามารถจุอาหารได้มากเหลือหลาย

อันที่จริงแล้ว แม่เลี้ยงยชชี่ได้ตัดรายจ่ายล้างผลาญเงินของครอบครัวที่มาจาก "งาน" หามรุ่งหามค่ำของซึนเดเรลล่ามาลงที่อาหารการกิน เรียกได้ว่า แต่ละมื้อของซึนเดอเรลล่านั้นน้อยกว่าเด็กสาวในวัยเดียวกันถึงสองเท่าทั้งปริมาณและคุณค่าทางโภชนาการ

(หรือนั่นทำให้ฉันไม่โตเสียที ตัวเล็ก ทั้งแห้งทั้งแบนด้วยหรือเปล่านะ...)

 ตัวเธอเองก็บ่นกับแม่เลี้ยงเสมอว่าทำไมให้กินแต่ของถูก ๆ กะโหลกกะลา และน้อยนิดกระปิ๊ดเท่าขี้มดแค่นี้ แต่ก็มักถูกยชชี่ตอกกลับมาเสมอว่า

"ก็กินมังกะ กินฟิคเกอร์ที่แกซื้อเข้าไปสิ"

ฉึก!...มันทิ่มแทงใจยิ่งนัก...

"ดินหญ้าที่สวนน่ะก็มีนะ"

(ยัยบ้า! ตูไม่ใช่สัตว์เคี้ยวเอื้องนะโว้ย!)

"ขี้เถ้าแกลบตรงเตาถ่านอยู่นู่น"

(โว้ย!!!ตูแกลบพออยู่แล้ว!) << [คนเขียน: เหตุผลรึ ย้อนไปอ่านสี่ห้าบรรทัดบนอีกรอบ]

คิดไปพลางยิ่งแค้น ยิ่งต้องกินให้คุ้ม!

องค์หญิงยูมี่เห็นอีกฝ่ายกินเก่งเลยช่วยหยิบนู่นตักนี่ให้ด้วย  ซึนเดเรลล่าอิ่มหนำกับอาหารฟรีเสียท้องแทบทะลักโดยกวาดทุกอย่างที่องค์หญิงประทานให้เสียหมดเกลี้ยง << (คนเขียน:น้องซึนจ๊ะ ปฏิเสธสักหน่อยก็ได้นะ)

"เธอน่ะ เป็นสาวเป็นนางกินเยอะไม่ว่า แต่ต้องกินให้เรียบร้อยหน่อยสิ" ท่านยูมี่หยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพูอ่อนออกมาเช็ดแก้มและปากของนางซึนที่มีคราบอาหารติดอยู่ จะด้วยความอายที่กินมูมมามหรือเขินอาย "อย่างอื่น" ก็ไม่ทราบ ใบหน้าของซึนเดเรลล่าขึ้นสีระเรื่อเหมือนดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ

"ฉันเช็ดเองได้ค่ะ " เด็กสาวคว้าผ้าเช็ดหน้าขององค์หญิงมาจัดการต่อให้เรียบร้อย

"ซักแล้วคืนฉันกับมือด้วยนะ"

"หา...?!" ปกติแล้วสถานการณ์แบบนี้เจ้าของผ้าเช็ดหน้าทวงคืนแบบนี้ด้วยเรอะ!?ซึนเดเรลล่างุนงงเล็กน้อย เธอลองพายามนึกจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตจริง อนิเมะ มังกะ และเกม แต่ก็ไม่พบเคสแบบนี้

"ฉันจะได้เจอเธออีกไง" ท่านยูมี่วางแผนแบบนี้นี่เอง...ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ซึนเดเรลล่าพูดไม่ออก อุณหภูมิที่ใบหน้าพุ่งปรี๊ด

(องค์หญิง...ท่านเป็นคนแบบนี้เองเหรอเนี่ย....)

ด้วยว่าทั้งคู่ตกเข้าสู่โลกส่วนตัวกันสองต่อสองหรืออย่างไร ทำให้ไม่สังเกตเห็นสายตาหลากคู่ที่ไฟลุกโชติช่วงไปด้วยความอิจฉาริษยาหญิงสาวนิรนามที่ได้อี๋อ๋อกับองค์หญิงยูมี่เช่นนั้นเช่นนี้ (หรืออย่างน้อย คนนอกก็มองเห็นแบบนั้น ^^") แต่ในบรรดาสายเหล่านั้น ก็มีสายตาอันคมกริบและงดงามที่มองทั้งคู่อย่างสุขุมเยือกเย็น นัยนาจากท่านผู้สูงศักดิ์ที่สุดแห่งอาณาจักร องค์ราชินี่...

ร่างสูงโย่งของเด็กสาวในชุดราตรีสีฟ้าอ่อนโดดเด่นท่ามกลางมวลบุปผานารีอื่น ๆ นั้นกำลังมาคุไปด้วยความโกรธแค้นและอิจฉา (เช่นกัน) ที่ท่านยูมี่ที่รักของเธอดูสนิทสนมและดูมีความสุขมากมายกับยัยเปี๊ยกหัวเกลียวสีแสบตานั่น พี่สาวไม่แท้คนโตของซึนเดเรลล่าแทบอยากจะหักสว่านบนหัวนั่นเสียให้รู้แล้วรู้รอด ยิ่งคิดยิ่งแค้น แล้วยิ่งเคลือบแคลง ไอ้สว่านนั่นมันมีดีตรงไหน แล้วรูปร่างแบบนั้นตัวก็เล็ก แบนหน้าแบนหลัง ทำไมมันคู๊นนน คุ้นจัง << (คนเขียน:มีดีตรงซึนเดเระไง ฮ่าๆ)

พี่สาวไม่แท้คนรองของซึนเดเรลล่านั้นก็คอยปรามพี่สาวให้สงบใจไว้ แต่เจ้าตัวก็คุ้น ๆ กับสาวน้อยนิรนามคนนั้นเช่นกัน...

คนที่เริ่มรู้ตัวก่อนคือเจ้าหญิงรัชทายาท สายตาเที่ร้อนแรงหล่านั้นเริ่มทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบข้างหลังไปหมด เลยคว้ามือซึนเดเรลล่าลากไปที่อื่นโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว (อีกแล้ว! อีกแล้ว!) 

"จะพาฉันไปไหนน่ะ"

"เดี๋ยวก็รุ้น่า" ทั้งคู่วิ่งหลบฝูงชนออกนอกตัวงานอ้อมมาทางด้านหลังแล้วย้อนขึ้นบันไดสุดหรูไปที่ชั้นสามของบริเวณลานจัดงาน ที่เป็นระเบียงที่กินพื้นที่กว้างพอ ๆ กับฟลอร์เต้นรำ ที่นี่มักเป็นที่นั่งดื่มชาชมจันทร์ของเธอกับองค์ราชินีและเหล่าข้าราชบริพารคนสนิท ด้านข้างทิศตะวันออกเป็นหอนาฬิกาสูงที่มีดวงไฟลุกโชนบอกเวลา เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์คแห่งหนึ่งของอาณาจักรนี้ หอนาฬิกานี้มีระฆัง 7 ใบคอยเตือนผุ้คนในอาณาจักรทุก ๆ 12 ชม. ด้วยว่าทุก ๆ 12 ชม. ดวงไฟที่หอนาฬิกาจะเปลี่ยนสี จากกลางวันสีแดงเป็นกลางคืนสีฟ้า ชาวเมืองสามารถใช้หอนาฬิกาบนปราสาท ณ ยอดเขานี้เป็นนาฬิกาสาธารณะบอกเวลาได้ด้วยการนับจำนวนดวงไฟ...

เวลา ณ ค่ำคืนนี้ 11.45 น.

"ตรงนี้ล่ะ สงบสุขที่สุด" องค์หญิงยูมี่ดูมีท่าทางผ่อนคลายลง

"จริง ๆ แล้ว ฉันไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับการเลือก "คู่หู" อะไรนั่นเลยนะ ฉันไม่ชอบ ที่จะต้องถูกบังคับ จากคนที่รักและเคารพมากที่สุด" จู่ ๆ ยูมี่ก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

(องค์หญิงหมายถึงองค์ราชินีสินะ)

"ฉันเลยอยากจะลอง "บังคับ" ใครสักคนบ้าง ฉันแค่อยากรู้ว่าความรู้สึกที่ได้บังคับใครสักคนให้ทำอะไรอย่างที่เราต้องการจะเป็นความรู้สึกแบบไหนนะ" ท่านยูมี่เริ่มเผยความในใจ

(ก็เลยมาลงที่ฉันสินะคะ) ซึนเดเรลล่าภายนอกทำหน้าเหนื่อยหน่ายแต่ในใจเธอนั้น...

"แล้วเป็นไงคะ รู้สึกยังไงบ้างที่ได้บังคับฉันให้เต้นรำกับท่าน " << (คนเขียน:เธอโดนบังคับเหรอ ซึนเดเรลล่า... =w=" ไม่ใช่ว่าเธอยินยอมในใจเงียบ ๆ เรอะ!? XD)

ยูมี่เก็บคำถามของซึนเดอเรลล่าไปคิดชั่วครู่..."อืม รุ้สึกดีล่ะมั้งนะ" องค์หญิงกลับมายิ้มอีกครา

"หา...!?"

"ฉันลองคิดดูแล้ว องค์ราชินีหวังดีต่อฉันเลยต้องบังคับให้หาคู่หู ถ้าไม่รักฉัน ห่วงใยฉัน ท่านคงจะไม่สนใจฉันสักนิดก็ทำได้นิ"

(อ่อ อย่างงี้นี่เอง)

"รู้สึกดีจริง ๆ ที่ฉันโดนบังคับให้หาคู่หู เพราะทำให้ฉันได้พบเธอ ได้เต้นรำกับเธอ ได้กินเมล่อนปังและช็อคโกโคโรเน็ตที่สุดแสนอร่อยกับเธอ แล้วได้ยืนคุยกับเธอ ณ ที่แห่งนี้ ได้อย่างไรล่ะ"

(เจิดจ้า.......จะเจิดจ้าเกินไปแล้ว!!!!!!) ซึนเดอเรลล่าแทบจะล้มทั้งยืนด้วยออร่าบางอย่างที่มาจากองค์หญิงยูมี่ ค่ำคืนที่หนาวเย็นเช่นนี้แต่ซึนเดอเรลล่ากลับรู้สึกร้อนไปหมดโดยเฉพาะที่ใบหน้า

"หะ ห้ามพูดเรื่องน่าอายนะ!!!!!" ซึนเดเรลล่าเริ่มระงับความขวยเขินของตนเองไม่ไหว...ใบหน้าของนังซึนตอนนี้ทำเอายูมี่กลั้นหัวเราะไม่ไหวเลยปล่อยฮาออกมาเต็มที่ ยูมี่รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจอย่างมาก

เจ้าหญิงรัชทายาทที่พบผู้คนมามากมายแต่กลับหญิงสาวนิรนามตรงหน้า เป็นครั้งแรกที่พบคนประเภทนี้ คนที่อยากจะรู้จักเธอให้มากกว่านี้ อยากพูดคุย อยากเข้าใจเธอ อยากค้นพบเสน่ห์ที่ทำให้พระองค์นั้นตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า...

"คุณสาวนิรนาม ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากบอกเธอ..."

"อะไรเหรอ" ซึนเดอเรลล่ารับบทสนทนาอย่างไม่ได้ใส่ใจจนกระทั่งยูมี่เริ่มเงียบแล้วทำสีหน้าจริงจังมากขึ้น

"มะ มีอะไรงั้นเหรอคะ" นางซึนเริ่มใจเต้น...

(อย่าเงียบแบบนี้เด้!)

"ฉันน่ะนะ....." องค์หญิงพูดขึ้นช้า ๆ

(เฮ้ยยยยย!!! สถานการณ์แบบนี้....หรือว่าจะเป็น "ไอ้นั่น") หัวใจของซึนเดเรลล่าเต้นตึกตักโดคิโดคิชะชะช่าโฮกฮากไม่ไหวแล้ว ~(>//[]//<)~) << [คนเขียน:ตื่นเต้นด้วยยยยย!!!!]

...

"ช้าก่อน!" เสียงมารผจญจากไหนไม่ทราบมาขัดจังหวะที่สำคัญที่สุดของคนทั้งคู่ (และคนเขียน ฮา) คนชุดดำแต่งตัวเหมือนนินจาของประเทศที่เรียกว่า ญี่ปุ่น ปรากฏกายออกมา นางซึนแทบอยากจะกระโดดเตะก้านคอผู้มาเยือดที่ไม่ได้รับเชิญ

(จะมาขัดจังหวะเพื่อ!)

ท่านยูมี่เดินมาข้างหน้าซึนเดเรลล่า

"โกะคิเก็งโย ท่านเป็นใคร มาจากไหน มาทำไม มีอะไรให้เราช่วยรึ  " ยูมี่กล่าวทักทายผู้มาเยืนพอเป็นพิธี

"ช่วยตายซร้าาาาาาา! " คนชุดดำไม่พูดให้มากความก็ลุย ดาวกระจายนับสิบถูกปากราดใส่ท่านยูมี่

!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

>>>>ต่อไปนี้จะเป็นแนวแฟนฟิคอีกแบบที่จะให้ผู้อ่านได้เล่นเหมือนเกมวิชช่วลโนเวล  กรุณาจิ้มคำตอบที่อยากเลือกก่อนจะจิ้มคำตอบที่ควรจะเป็นฮ่า ๆ แล้วอย่าพึ่งดูเฉลยก่อนนะ เดี๋ยวไม่ลุ้น<<<<

 

"ท่านยูมี่!!!" 

ซึนเดอเรลล่านั้น。。。

safe point 1

A1 กรีดร้องตกใจ

B1 เข้ารับห่าดาวกระจายเแทนยูมี่

C1 เข้าไปสยบดาวกระจายให้ราบคาบ

----------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

A1

เหตุการณ์เกิดอย่างรวดเร็วมาก ซึนเดเรลล่าได้แต่กรีดร้อง ภาพเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งลิลลีทาเรียที่พรุนไปด้วยดาวกระจายและเลือดกระฉูดพุ่งปรู๊ดออก 108 ทิศทางทวารา ช่างเป็นภาพที่แสนโหดร้ายต่อจิตใจสาวน้อยเกินไป ทำให้นางซึนช็อคอย่างสุดขีด

"ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!"

.........

......

...

B

A

D

E

N

D

I

N

G

BAD ENDING!!!

go to safe point 1

 

---------------------------------------------------------------

 

 

 

B1

เหตุการณ์เกิดอย่างรวดเร็วมาก แต่ซึนเดเรลล่าก็เร็วพอจะไปปกป้องคนที่เธอรักได้ทันเวลา ร่างเล็ก ๆ นั้นพรุนไปด้วยดาวกระจายและเลือดกระฉูดออกทั่ว 108 ทิศทางทวารา ภาพที่แสนโหดร้ายเช่นนี้ทำให้องค์หญิงยูมี่ช็อคสุดขีด

"ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!"

.........

......

...

B

A

D

E

N

D

I

N

G

BAD ENDING!!!!

go to safe point 1

 

----------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

C1

เหตุการณ์เกิดอย่างรวดเร็วมาก แต่ซึนเดเรลล่าก็เร็วพอจะไปปกป้องคนที่เธอรักได้ทันเวลา ขอบคุณชุดคอสเพลย์ชานะที่ออกแบบผ้าคลุมมาให้ นางซึนอาศัยความเร็วและความคล่องตัว สะบัดผ้าคลุมของตนออกไปรับ! สะบัด! และตบ! ดาวกระจายเสียร่วงหมด โดยที่องค์หญิงยูมี่ไร้ซึ่งรอยขีดข่วน ชายชุดดำไม่ยอมแพ้ ยังมีดาบสั้นนินจาเข้าปะทะระลอกสอง

(เฮ้ยยยยยยย!เล่นแบบนี้ ตูจะเอาอะไรสู้!)

 

safe point 2

A2 Nietono no Shana!(ดาบของชานะ)

B2 Te no Rin!(ฝ่ามือพยัคฆ์)

C2 Rocket (Drill) Punch! (ร็อคเก็ต。。จริง ๆ เวอร์ชั่นของน้องสว่านควรเป็น ดริลพันช์)

 

----------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

A2

ชั่วเสี้ยววินาที ความโอตาคุของเธอยังสามารถนึกถึงดาบที่ชานะใช้ "Nietono no Shana "

.....

แต่ว่า ชุดคอสเพลย์ของนางฟ้าน้อยชุดนี้ไม่มีพรอปออปชั่นใด ๆ ทั้งสิ้น!Orz

(เสกชุดคอสให้ทั้งทีไม่มีพรอปให้เรอะ!!)

เฟี้ยววววว ฟับๆๆๆ กระฉูดดดดดดดด!!!!

ซึนเดเรลล่าและองค์หญิงยูมี่ดับดิ้นด้วยฝีมือของคนชุดดำ

.........

......

...

B

A

D

E

N

D

I

N

G

BAD ENDING!!!!

 

go to safe point 2

 

------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

C2

(ฮึ้ยยยยยยย อาวุธใกล้ตัวที่สุดที่ตูจะมีได้แล้ว !)

ชั่วเสี้ยววินาที ความโอตาคุของเธอไม่วายนึกถึงเกมซุปเปอร์โรบอทไทเซ็น (SRW) ด้วยท่าของมาซินก้า Z "ร็อคเก็ตพันช์" แต่ทว่า。。。ซึนเดเรลล่านั้นยังคงเป็นมนุษย์ปุถุชนอยู่ ผมควงสว่านคู่สีแดงเพลิงเฉิดฉายนั้นไม่สามารถถอดออกแล้วยิงใส่ศัตรูได้เหมือนแขนของหุ่นมาซินก้า Z

Orz

(และแน่นอนแขนเธอก็พุ่งออกไว้ยิงศัตรูไม่ได้ด้วย Orz)

เฟี้ยววววว ฟับๆๆๆ กระฉูดดดดดดดด!!!!

ซึนเดเรลล่าและองค์หญิงยูมี่ดับดิ้นด้วยฝีมือของคนชุดดำ

.........

......

...

B

A

D

E

N

D

I

N

G

BAD ENDING!!!!

 

go to safe point 2

 

-----------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

B2

(ฮึ้ยยยยยยย อาวุธใกล้ตัวที่สุดที่ตูจะมีได้แล้ว !)

มือเท้านี่ล่ะ ด้วยอานิสงก์เล่น wii ด้วยเกมต่อสู้มาเยอะ ขอใช้ให้เป็นประโยชน์!

เขาว่ากันว่า คนตัวเล็กนั้นมักจะถีบเก่ง เตะหนัก ตบเจ็บ ด้วยความแค้นที่ชายชุดดำมาขัดจังหวะดี ๆ ของตนและองค์หญิงยูมี่ ซึนเดเรลล่าเลยขอระบายความแค้นสักนิด (หรือไม่นิด)

ซึนเดเรลล่าผลักยูมี่ให้พ้นทางดาบแล้วตนเองก็อาศัยความเร็วและความคล่องตัว (อีกแล้ว) หลบวิถึดาบที่ฟันลงมาพ้นตัวไปได้อย่างเฉียดฉิว ชั่วอึดใจ ลูกถีบของพยัคฆ์ถูกส่งไปที่ข้อมือของชายชุดดำจนดาบในมือนั้นหลุดออก ลูกเตะระลอกสองถูกส่งไปที่หว่างขาศัตรู ตามด้วยระลอกสามที่ลำตัวทำเอาอีกฝ่ายจุกไปหมดทั้งท้องและใต้สะดือ ระลอกสี่ "ฝ่ามือพยัคฆ์" ป้าปเข้าที่หน้าของคู่ต่อสู้ และปิดบัญชีด้วยระลอกที่ห้า "จระเข้ฟาดหาง" ลูกเตะก้านคอที่ซึนเดเรลล่าอยากลองมานานแล้ว จากการดูหนังแอ็คชั่นที่นำเข้ามาจากประเทศที่ชื่อว่า ไทยแลนด์

ผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญลงไปกองกับพื้นอย่างหมดท่าและหมดบทแต่เพียงเท่านี้

ทว่า...

ปื้ด!

ใบหน้าของซึนเดเรลล่ามีเลือดออก ที่โหนกแก้มด้านซ้ายมีเส้นสีแดงที่ค่อย ๆ มีเลือดซิบออกมาอย่างช้า ๆ ดูเหมือนว่าที่คิดว่าหลบคมดาบพ้นนั้น จะแอบโดนอยู่นิดหน่อยแฮะ

"ไม่เป็นไรใช่มั้ย!!!" องค์หญิงยูมี่รีบเข้าไปหาซึนเดเรลล่าทันทีที่ได้สติ ทุกอย่างเกิดแล้วก็จบลงอย่างรวดเร็ว

"เลือดออกนี่" เธอตกใจมากที่เห็นใบหน้าที่น่ารักนั่นมีรอยแผล

"เรื่องเล็กน่า ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ" ซึนเดเรลล่าปาดเลือดที่แก้มออก

"ขอบคุณมากนะ เธอช่วยชีวิตเราไว้" ยูมี่รู้สึกซาบซึ้งบุญคุณที่ช่วยให้ตนรอดพ้นเงื้อมมือยมทูตมาได้

"....ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนิ" ดูเหมือนแม่พยัคฆ์น้อยจะไม่เป็นไร

(เฮ้อ จริง ๆ ก็แอบกลัวอยู่นะ นี่ถ้าฉันหลบไม่พ้นล่ะก็。。。) เธอไม่อยากคิดต่อ....

ผ่านเรื่องตื่นเต้นมาได้ไม่นาน เรื่องตื่นเต้นอีกอย่างก็ตามมาเมื่อเสียงระฆังดังเหง่งหง่างจากบนหอนาฬิกาเลื่องชื่อของปราสาท นั่นหมายถึงเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว!!!!!

ซึนเดเรลล่าเกิดฉุกคิดขึ้นมาได้ว่านางฟ้าน้อยเคยบอกไว้ว่าเธอจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมตอนหลังเที่ยงคืน!

(ต่อหน้าต่อตาท่านยูมี่ในตอนนี้เหรอ ไม่นะ ฉันจะไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของฉันเป็นอันขาด)

ว่าแล้ว เธอก็บอกลาองค์หญิงยูมี่อย่างไม่รีรอ เธอวิ่งจากอีกฝ่ายไปโดยที่ไม่หันกลับไปมอง ยูมี่ตกใจที่อีกฝ่ายจากไปเช่นนี้เลยวิ่งตามอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง

"เดี๋ยวก่อน แม่หัวเกลียว อย่าพึ่งไป อย่างน้อยให้ฉันรู้ชื่อเธอสักนิดก็ยังดี!" องค์หญิงร้องเสียงหลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่ว่าเธอจะร้องเรียกยังไงก็ไม่อาจทำให้อีกฝ่ายหยุดวิ่งหนีเธอได้

(ฉันคนนี้นี่น่ะ ที่วิ่งไล่ตามเด็กสาวแปลกหน้าที่พึ่งพบกันเป็นครั้งแรก (อย่างลืมตัวได้ขนาดนี้))

ซึนเดเรลล่ามาถึงหน้าปราสาทที่เธอโผล่มาครั้งแรกโดยการวาร์ปทะลุมิติด้วยเวทมนตร์ของนางฟ้าน้อย

(เดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าฉันต้องวิ่งกลับบ้านทั้ง ๆ แบบนี้เนี่ย。。)

นางซึนนึกเคืองนางฟ้าน้อยที่ไม่มีพาหนะรับส่งไปกลับให้ดูเข้าท่ากว่าการวาร์ปที่ได้เพียงแค่ขาไป ชุดคอสเพลย์ชานะของเธอเริ่มสีจางลงแล้วชุดอยู่บ้านของเธอกำลังจะมาแทนที่ << [คนเขียน:ไม่มีแฟนเซอร์วิสแบบในอนิเมสาวน้อยทั่วไปจ้ะ]

เวลามีไม่มากแล้ว เธอตัดสินใจวิ่งลงเขาให้ถึงบ้านก่อนพวกแม่เลี้ยงและพี่สาวจะกลับมา

องค์หญิงยูมี่เริ่มทิ้งห่างนางซึนขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยว่าเธอใส่ชุดราตรีเลยวิ่งไม่สะดวกเท่าชุดกระโปรงสั้นดูแปลกตาชุดนั้นของเด็กสาวนิรนาม เวลาขับคันแบบนี้ เธอไม่อยากใช้เท่าไรนักแต่ก็ต้องใช้แล้ว。。<< [คนเขียน:นี่คือเวลาคับขันรึ แล้วก่อนหน้านั่นล่ะ!?]

ไอเท็มลับที่สืบทอดกันมาในราชวงศ์ แหวนวิเศษที่มีเทพผู้พิทักษ์คอยอารักษ์และเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าของ

ยูมี่ดึงสร้อยคอที่ห้อยแหวนวิเศษวงนั้นออกมาถู....<< [คนเขียน:เฮ้ย!? หรือว่านั่นคือ!!!]

จงออกมา "อาร์ชเชอร์!"

แหวนวิเศษเรืองแสงสีแดงพลันปรากฏกายบุรุษชุดแดงรูปล่ำสุดเท่ออกมา "อาร์ชเชอร์" นามแห่งข้ารับใช้ (เซอร์แวนท์) ผู้พิทักษ์คนในราชวงศ์แห่งลิลลีทาเรียมาได้ไม่นาน (ก่อนหน้านี้เป็นเซอร์แวนท์ตนอื่นทำหน้าที่นี้)  อาร์ชเชอร์วิ่งเคียงข้างยูมี่พร้อมรับคำสั่ง << [คนเขียน:ทำไมไม่เรียกอาร์ชเชอร์ออกมาสู้ตอนถูกลอบฆ่า!?]

"หยุดแม่นางหัวเกลียวที่กำลังวิ่งหนีคนนั้นเดี๋ยวนี้" องค์หญิงออกคำสั่งอย่างไม่รอช้า

"โรเจอร์!ริน!"อาร์ชเชอร์รับคำ

"ใครชื่อรินกันยะ!" บอกกี่ทีก็ไม่รู้จักจำ อาร์ชเชอร์นั้นบ่อยครั้งมักจะสับสนเรียกชื่อองค์หญิงยูมี่ด้วยชื่อเจ้านายเก่าเมื่อนานมาแล้ว

อาร์ชเชอร์เริ่มเอาจริง ออร่าสีแดงห่อหุ้มกายา

ปลดปล่อยสวัสดิกะ。。。!!!<< [คนเขียน & ยูมี่:???!!!]

 

"I am the bone of my sword

Steel is my body and Fire is my blood

I have created over a thousand blades 。。。。。。。。

 

องค์หญิงได้ยินบทกลอนนั่นเข้าก็แทบช็อค

"เจ้าบ้า!ฉันสั่งให้ "หยุด" เธอคนนั้น ไม่ใช่ให้ "ฆ่า"! "  ท่านยูมี่รับพัดกระดาษที่คนเขียนส่งให้ทางหน้าจอคอม (ฮา) พุ่งเข้ากระโดดตบหัวอาร์ชเชอร์ดังป้าป! ขืนใช้ "ท่านั้น" ของอาร์ชเชอร์ แม่หัวสว่านขององค์หญิงมีกี่ชีวิตก็ไม่พอแน่...

(ดูเหมือนองค์หญิงยูมี่จะใจดีอ่อนโยนเป็นพิเศษกับสิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้หญิง...งั้นเหรอ...)

มัวแต่เสียเวลากับอาร์ชเชอร์ทำให้ยูมี่คลาดสายตาจากหญิงสาวนิรนามนางนั้นจนได้

"จะให้ตามต่อมั้ยริน。。" อาร์ชเชอร์ยังพร้อมรับคำสั่ง

"ไม่ต้องแล้ว กลับเข้าไปอยู่ในแหวนเลยไป๊... อ้อ แล้วอีกอย่าง....." พัดกระดาษในมือยูมี่ป้าปเข้าที่หัวหงอกของอาร์ชเชอร์อีกครั้ง

"ฉันไม่ได้ชื่อ "ริน"!!!"

           ซึนเดเรลล่าถึงบ้านก่อนพวกแม่เลี้ยงจะกลับมาเพียงเฉียดฉิว เธอล้มตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้ช่างมีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น มีแต่เรื่องเหลือเชื่อทั้งนั้น ไม่คิดว่าคนอย่างเธอจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดท่านยูมี่ที่รักของทุก ๆ คน ก็ให้เป็นเพียงฝันหวานยามค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวงเช่นนี้แล....

 

safe point 3

A3 ซึนเดเรลล่าปล่อยให้ทุกอย่างจบลงที่เพียงเท่านี้

B3 ซึนเดเรลล่าร้องหานางฟ้าน้อยให้ออกมาพบ

 

-----------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

A3

ค่ำคืนที่สุขสันต์เหมือนฝันหวานที่ยาวนานน มัทซึไดระะ โทโกะ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ในชาววันอาทิตย์ที่แสนสดใส ฝันเมื่อคืนของเธอทำเอาเด็กสาวรู้สึกเขินนิด ๆ

(ฉันนี่บ้าจริง ๆ )

จะยิ้มไปทำไม?!

เธอบิดขี้เกียจอย่างช้า ๆ แล้วก็มองไปที่ปฏิทินที่มีวงกลมสีแดงวาดไว้แล้วเขียนว่า "เดทกับยูมิซามะ"

โทโกะหวังว่าวันนี้จะเป็นวันที่สุดแสนวิเศษวันหนึ่งของเธอและยูมิซามะ

ที่บอร์ดข้าง ๆ ปฏิทิน มีรูปถ่ายมากมายจากกิจกรรมที่เธอเข้าร่วมที่โรงเรียนสตรีลิลเลียน หนึ่งในนั้น รูปของฟุคุซาวะ ยูมิ โดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางบอร์ด ทุก ๆ เช้า เธอจะต้องทักทายเจ้าของรูปก่อนทำอะไรอย่างอื่นเสมอ

"โกะคิเก็งโย ยูมิซามะ"

....

...

..

N

O

R

M

A

L

E

N

D

I

N

G

1

NORMAL ENDING 1!!!

 

go to safe point 3 if you want

go to atogaki

-------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

B3

ซึนเดเรลล่านึกขอบคุณนางฟ้าน้อยที่ช่วยมอบโอกาสดี ๆ อันนี้ให้ << [คนเขียน: ปากบอกว่าถูกบังคับ ฮา] 

เธอร้องเรียกหานางฟ้าน้อยเท่าไร ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับใด ๆ เด็กสาวเดินไปหยิบนิตยสารนิวไทป์เล่มที่นางฟ้าน้อยและพยัคฆ์มินิไซส์เท่าฝ่ามือปรากฏออกมา แต่ก็ดูเหมือนหนังสือปกติที่ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

(หรือว่าเราฝันไป...)

ชึนเดเรลล่าชักเริ่มไม่แน่ใจ ว่าอะไรเป็นความฝัน อะไรเป็นความจริง

เธอพลันสังเกตเห็นอะไรบางอย่างตกอยู่ที่พื้น

!!!!!

ผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่มีรอยเปื้อนจากการเช็ดอะไรบางอย่าง

"ไม่ใช่ความฝัน!" ซึนเดเรลล่าดีใจอย่างสุดซึ้ง

"เอ๊ะ?。。。ทำไมฉันต้องดีใจด้วยล่ะ" เธอยังคงเป็นซึนเดเรลล่าของแท้แน่นอน。。。

ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียทำให้เด็กสาวเข้านอนเร็วกว่าปกติ โดยยอมไม่ดูอนิเมดึกสุดดังที่ฉายช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน "อะกึ๋ยยยยยยลลล์!ยัยซกมก!"

 

            เช้าวันรุ่งขึ้นที่สดใสของซึนเดเรลล่าก็กลายเป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว ด้วยความเหนื่อยจากการวิ่งลงเขาเป็นกิโล ๆ ท่ามกลางอากาศเหน็บหนาวหลังเที่ยงคืน ทุก ๆ เช้าน้องซึนต้องทำผมและดูแลเกลียวสว่านสลวยสวยเก๋ของเธอให้เข้ารูปอยู่เสมอ เมื่อส่องกระจก รอยแผลเป็นเส้นยาวประมาณข้อนิ้วก้อยเล็ก ๆ บนใบหน้าของเธอช่วยตอกย้ำเหตุการณ์เมือ่อคนเป็นอย่างดี เธอเใส่ยาแล้วก็หยิบพลาสเตอร์ลายคุณหมูดุ๊กดิ๊กแปะแผล

แล้วสิ่งที่น่าตื่นเต้นก็เกิดขึ้นอีกแล้ว。。。

ซึนเดเรลล่าไม่รุ้จะทำหน้ายังไงเมื่อเห็นพี่สาวทั้งสองของตนทำผมทรงเดียวกับตัวเอง!

"ฮึก ๆ ๆ ฉันถูกบังคับ!" พี่สาวคนรองของเธอสะอึกสะอื้นกับผมทรงใหม่เป็นเกลียวคู่เหมือนของซึนเดเรลล่า พี่สาวคนโตก็ดูจะหงุดหงุดกับผมทรงนั้นเช่นกัน มันไม่ได้เข้ากับเธอเลยแม้แต่นิดเดียว!

ไม่ผิดแน่ ตัวการต้องเป็นยัยแม่เลี้ยงยชชี่。。เจ้าตัวไม่อยู่ที่นี่แฮะ。。

ซึนเดเรลล่าพยายามไม่สนใจ เธอกินข้าวเช้า+เที่ยง อย่างเงียบ ๆ โดยไม่มองหน้าพี่สาวทั้งสองเพราะไม่อยากต้องปล่อยก๊ากกกกกกก ออกมากลางโต๊ะอาหาร

"ทำไมพวกเราต้องทำหัวเกลียวเหมือนยัยซึนเดเรลล่าด้วย" พี่สาวคนโตเริ่มระเบิดคำพูด

นางซึนนึกในใจ (ฉันก็อยากรู้เหมือนกันแหละ ทรงนี้มันยี่ห้อการค้าของฉันย่ะ)

"ก็。。。เห็นท่านแม่บอกว่าเจ้าหญิงรัชทายาทกำลังตามหาหญิงสาวที่ทำผมทรงเกลียวสว่านคู่อยู่น่ะ"

"พรววดดดดด!!!"ซึนเดเรลล่าทั้งสำลักทั้งพ่นซุปตรงหน้าไปโดนพี่สาวคนโตเข้าเต็มเปา。。พี่สาวร่างโย่งของเธอไม่พูดอะไรนอกจากเช็ดซุปที่เปื้อนเธอออก ความเงียบสงบที่เหมือนช่วงก่อนพายุจะมานั้นทำให้พี่สาวคนรองแทบอยากจะหายไปจากห้องนี้อย่างเร็ว แต่ไม่ทันแล้ว พี่สาวคนโตเริ่มทะเลาะและปะทะวาจากับซึนเดเรลล่า จากเมื่อคืนที่เธอพลาดโอกาสได้เป็นคู่หูของท่านยูมี่ เธอพลาดที่จะทำคะแนนจากท่านยูมี่เพราะโดนอีสาวหัวเกลียวคบเพลิงที่ไหนไม่รู้มาแย่งท่านยูมี่จากเธอไป << (คนเขียน :ท่านยูมี่เป็นของเธอเมื่อไรกัน?!) แล้วซึนเดเรลล่าก็ดูละม้ายคล้ายคลึงยัยหัวเกลียวเมื่อคืนยังไงบอกไม่ถูก ทั้งคู่สู้กันด้วยคำพูดอย่างดุเดือดแบบที่คนเขียนไม่สามารถนำมาลงได้。。พี่สาวคนรองพยายามห้ามทัพแต่ก็ถูกไล่ออกมา ซึนเดเรลล่าเหนื่อยใจจะเถียงกับพี่สาวโย่งของเธอเลยเป็นฝ่ายยอมถอยเอง แต่ไม่ใช่ว่าเธอยังไม่หายหงุดหงิด เลยตัดสินใจไปช็อปปิ้งดูฟิคเกอร์ใหม่ ๆ ที่ห้างในตัวเมือง เมื่อเธอออกจากบ้านก็ผงะ ภาพที่แลดูประหลาดเป็นที่สุด หญิงสาวตามถนนหนทางล้วนแล้วมีทรงผมเหมือนของเธอ เดินไป ๆ ถึงในตัวเมืองยิ่งเห็นปริมาณผมทรงเกลียวสว่านมากขึ้น ๆ

(อะไรกัน คำพูดของคน ๆ เดียวสามารถเปลี่ยนผู้คนไปได้ขนาดนี้เลยเรอะ) ทั้งอึ้งและตะลึง ตอนนี้ไม่ใช่เธอคนเดียวในเมืองแล้วที่หัวเกลียว!

ตาเหยี่ยวของเธอสังเกตเห็นประกาศที่ติดอยุ่ที่ศาลากลางเมือง เป็นสารจากวังที่สรุปใจความได้ว่า องค์หญิงยูมี่กำลังติดตามหาสาวน้อยหัวเกลียวสว่านสีแดงเพลิง นัยน์ตาสีอัคคี ตัวเล็กโลลิน่ารัก เพื่อรับเข้าวัง

"หาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!"

ซึนเดเรลล่ารีบปิดปากที่เผลอส่งเสียงดังเกินงาม

"คน ๆ นั้น ทำไมถึงได้。。。。" หยั่งงี้นี่เอง ที่ทำให้เด็กสาวทั่วทั้งเมืองพากันทำทรงหัวเกลียว แล้วบางคนเล่าก็ถึงขั้นย้อมผมกับใส่คอนแท็คเลนส์สีแดง

(แต่ก็ไม่อาจเหมือนสีแดงสุกสว่างเป็นเปลวเพลิงของจริงเหมือน "ชานะ" ได้หรอก เหอ ๆ)

ซึนเดเรลล่ามีความรุ้สึกมากมายถาโถม ณ ขณะนั้น

(ท่านคิดเหรอว่า ทำแบบนี้ไปแล้วจะได้เจอฉันอีกครั้ง..." เธอไม่คิดว่าจะมีปาฏิหาริย์โชคดีอีกครั้งที่จะมีนางฟ้าน้อยมาเสกเธอให้คอสชานะไปพบองค์หญิงยูมี่

(ทำไมท่านถึงอยากตามหาฉันคะ) เธอไม่เข้าใจเหตุผลว่าเจ้าหญิงรัชทายาทอย่างยูมี่ถึงอยากตามหาเด็กสาวแปลกหน้าที่พบกันแค่คืนเดียว แล้วทำให้เรื่องมันดูใหญ่โตเกินความพอดี...

(ท่านยูมี่ ฉันน่ะนะ....)

ความคิดของซึนเดเรลล่าชะงักงันเมื่อมีประกาศการเสด็จเยือนศาลากลางเมืองขององค์หญิงยูมี่

!!!!

บุพเพอาละวาด ให้สองคนนี้ต้องเจอกัน ขบวนเสด็จของท่านยูมี่ใกล้เข้ามา ซึนเดเรลล่าไม่คิดหน้าคิดหลัง (อีกแล้ว) วิ่งหนีกลับบ้านไป

(ทำไมฉันต้องหนีด้วยล่ะ...)

เธอวิ่ง วิ่ง และวิ่ง

(ทั้ง ๆ ที่ฉันเองก็อยากจะพบท่าน)

เธอวิ่ง วิ่ง และวิ่ง

(อีกสักครั้งก็ยังดี)

.....

ซึนเดเรลล่ากลับถึงบ้านอย่างเหนื่อยหอบ ที่นั่น แม่เลี้ยงโยชิโนะก็รออยู่แล้วที่จะชำระความเรื่องเมื่อคืน หลังจากหลุดจากมนตร์เสน่ห์ของท่านต้นห้องกลับมาบ้านแล้ว เธอก็นึกออกว่าที่เธอเอะใจตั้งแต่ในงานนั้นมันคือ เรื่องนี้ ยัยหัวเกลียวที่ไปโผล่ในงานคือ ซึนเดเรลล่าไม่ผิดตัวแน่ ไม่มีใครในเมืองนี้ที่หัวจะเป็นสว่านแบบนั้นได้เท่ายัยลูกเลี้ยงของตน จากการผสมโรงของพี่สาวคนโตด้วย ทำให้ซึนเดเรลล่ารับศึกหนักหลายด้าน พี่สาวคนรองพยายามช่วยเหลือเธอแต่โดนยชชี่ใช้ดาบไม้ไผ่ฟาดกบาล ส่งเธอไปนอนหัวปูดน้ำตาไหลพรากจิ้ม ๆ พื้นอยู่ด้านข้าง ซึนเดเรลล่ากับแม่เลี้ยงมีปากเสียงกันจนเมื่อยชชี่เห็นว่าโต้คารมสู้นางซึนไม่ได้เลยใช้วิธีคลาสสิคตามเนื้อเรื่องที่ควรจะเป็น "จับขัง"

ซึนเดเรลล่าถูกโยนเข้าไปบนห้องใต้หลังคาเก่า ๆ โทรม ๆ

"อยู่อย่างงั้นไปสักพัก (ใหญ่) เถอะ!" เสียงปิดประตูดังโครมตามด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยันได้น่าหมั่นไส้ตามบทตัวโกง

ซึนเดเรลล่าพยายามทั้งเปิดทั้งงัดสารพัดจะพังประตูออกไปแต่ก็ไร้ผล อนิเมฮิตช่วงบ่ายคล้อย "นางิ หน้ากากแห่งเงินตรา!" กำลังจะฉายแล้วววววว!!!!

องค์หญิงยูมี่เที่ยวตามหาสาวน้อยหัวเกลียวปริศนาคนนั้นอย่างหามรุ่งหามค่ำเป็นเวลาสามวันผ่านไป เฉกเช่นเดียวกับซึนเดเรลล่าที่โดนขังอยู่ในห้องใต้หลังคาเป็นเวลาสามวัน แม้จะมีข้าวมีน้ำให้ทุกมื้อแต่เธอก็แทบจะลงแดงตายเพราะไม่ได้ดูอนิเมม อ่านมังกะ เล่นเกม และเขียนโดจินชิ อย่างที่กระทำทุกวันเป็นปัจจัยหลักที่ขาดไม่ได้ ชีวิตเธอจะตายเพียงเพราะไม่ได้โฮกการ์ตูนเรอะ?!

ซึนเดเรลล่านอนเหี่ยวแห้งเหมือนซากสาหร่ายแห้งผากเพราะขาดการ์ตูน ช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้ เสียงสวรรค์ที่ดังมาจากชั้นล่างทำให้เธอกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

"เจ้าหญิงรัชทายาทเสด็จแล้ว!!!" เสียงประกาศของท่านต้นห้ององค์ราชินีดังขึ้น ตามด้วยเสียงเอคโค่ประหลาดเววูเฮฮูชวนขนลุก ความจริงแล้ว ต้นห้ององค์ราชินีเป็นผู้รับผิดชอบในการตามหาสาวน้อยปริศนาของท่านยูมี่ แต่ปรากฏว่าหญิงสาวทั้งเมืองต่างทำหัวทรงเกลียวสว่านกันเป็นแถวทำให้การตามหานั้นยากยิ่งขึ้น ท่านยูมี่ที่เป็นผู้รู้รายละเอียดเรื่องนี้ดีที่สุดเลยต้องออกตามหาด้วยตนเอง ตอนแรกก็ตัดพวกที่ย้อมผมใส่คอนแท็คเลนส์สีแดงก่อนเลย ด้วยว่าท่านยูมี่เองเมื่อได้เห็นเกศาสีเพลิง นัยน์นาสีแดงฉานดุจอัคนีเป็นประกายงดงามก็ไม่คิดว่าคนธรรมดาจะมีสิ่งเหล่านี้ได้ เธอคิดว่าไปถึงว่าคน ๆ นั้น อาจจะไม่ใช่มนุษย์จนกระทั่งได้เห็นเลือดสีแดงจากตัวสาวน้อย

(เธอคงจะมีเหตุผลใช่มั้ยที่ปิดบังตัวตนที่แท้จริงของเธอ。。)

ประตูบ้านของซึนเดเรลล่าเปิดต้อนรับการมาเยือนของค์ยูมี่ เป็นโอกาสอีกครั้งที่ยชชี่จะส่งลูกสาวของตนให้องค์หญิงได้พิจารณา ลูกสาวคนโตรู้สึกอายอย่างรุนแรงที่ต้องโชว์ตัวต่อหน้าท่านยูมี่ที่รักด้วยหัวเกลียวสว่านที่ดูน่าเกลียดพิลึกเช่นนี้ (อย่างน้อยก็ในความคิดของเธอ)

ยชชี่โฆษณาลูกสาวตนเองใหญ่ องค์หญิงหลังจากต้องเงยหน้าสุดคอพินิจพิศดูเด็กสาวร่างโย่ง แล้วก็บอกว่า

"เธอตัวโตไปนา ที่ฉันตามหาก็ระบุชัดเจนนิว่า "ตัวเล็กโลลิน่ารัก" " ท่านยูมี่ช่างเลินเล่อยิ่งนัก พูดไม่ได้ยั้งคิดก็ทำร้ายจิตใจสาวน้อยร่างสูงเข้าให้แล้ว

"ผะ ผิดด้วยเหรอคะ ที่ตัวโต" เด็กสาวน้ำตาซึมแล้วก็ย้อยออกมา << [คนเขียน:ไม่ใช่ขี้มูกนะ!]

"ร้ายกาจที่สุด!โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!!" พี่สาวคนโตของนางซึนร้องไห้หนีจากไป ไม่ทันที่องค์หญิงจะกล่าวขอโทษเสียก่อน

"พระองค์พูดเกินไปหน่อยนา" ต้นห้ององค์ราชินีกระซิบบอกท่านยูมี่ (ช้าไปแล้ว)

ซึนเดเรลล่านั่งหัวเราะตบเข่าอย่างชอบใจ เธออยากเห็นจริงจริ้งใบหน้าของพี่สาวคนโตที่ได้ยินท่านยูมี่พูดใส่เช่นนั้น

ยชชี่ยังไม่ละความพยายาม ส่งลูกสาวคนรองไปขัดตาทัพ องค์หญิงพิศมองแม่นางน้อยข้างหน้าเสร็จก็กล่าวขึ้นว่า "เธอนี่น่ารักดีนะเหมือนตุ๊กตาของญี่ปุ่นเลย" ท่านยูมี่เอ่ยปากชมทำเอาอีกฝ่ายแอบเขิน

"โอ้ มายด์ บุดด้า องค์หญิงชมฉันด้วย" พี่สาวคนรองหน้ากลายเป็นสีชมพู

(ท่านยูมี่!!!!!) ซึนเดเรลล่าที่กำลังเอาหูแนบฟังกับพื้นกระดานห้องใต้หลังคาเกิดอาการที่เจ้าตัวไม่รู้เหมือนกันว่าคืออะไร แต่บอกได้เพียงว่า "ไม่พอใจ" จนเผลอทุบพื้นอย่างแรง

ท่านยูมี่ได้ยินเสียงตึงตังบนเพดาน ยชชี่ก็แก้ตัวไปว่าคงเป็นหนูสกปรกวิ่งเล่นบนเพดานว่าแล้วก็หัวเราะได้น่าหมั่นไส้กลบเกลื่อน

(หนูสกปรกเรอะ !!!!) ซึนเดเรลล่าอดรนทนไม่ได้ที่ถูกเปรียบได้แบบว่า。。。อยากเอาสว่านบนหัวเจาะกะโหลกยัยแม่เลี้ยงเสียให้รู้แล้วรู้รอด เมื่อทำอะไรไม่ได้มากเลยกระโดดกระทืบเท้าส่งเสียงให้มันดังยิ่งขึ้น

เสียงยิ่งดังชัดเจนผิดสังเกต องค์หญิงกล่าวขึ้นอย่างอารมณ์ดีว่า "คงจะเป็นหนูสกปรกที่ตัวใหญ่มาก ๆ เลย"

(กรี๊ดดดดดด!!แม้กระทั่งท่านเองก็ด้วยเรอะ!) ซึนเดเรลล่ายิ่งกระทืบเท้าหนัก ห้องใต้หลังคาที่ก็เก่าอยู่แล้ว ไม้ผุแหล่มิผุแหล่ยังโดนลูกถีบพยัคฆ์น้อยเข้าไป ผลก็เลย ....

โครมมมมมม!ตึ้ง!ตุ้บ!แผละ!

ไม้กระดานผุ ๆ ก็พังลงมา  นางซึนของพวกเราก็หล่นตามลงมาด้วย โชคดีที่ต้นห้ององค์ราชินีรับไว้ได้ ส่วนไม้กระดานนั้นก็。。ส่งตรงไปที่กลางกระหม่อมยชชี่อย่างสวยงามและแม่นยำ

เมื่อท่านต้นห้องสุดหล่อวางแม่หัวเกลียวน้อย ๆ ลง เหมือนบุพเพอาละวาดอีกครั้ง เขาว่ากันว่า ยิ่งหนีก็ยิ่งเจอ。。。

ท่านยูมี่เพ่งพิจารณาสาวน้อยที่มาจากห้องใต้หลังคาที่มอมแมมไปด้วยฝุ่น

"หะ หัวเกลียว" นั่นคือประโยคแรกที่ออกจากปากคนทีตนชื่นชอบ แม้จะปรากฏตัวในฐานะนางซึนเดเรลล่าหรือสาวน้อยปริศนาในชุดคอสชานะก็ตาม องค์หญิงก็กล่าวเช่นนี้ด้วยสีหน้าชวนหัวเราะแบบนี้ อะไรสักอย่างมันทำให้เส้นบนหัวปื้ดขึ้น (อีกแล้ว)

"หนวกหู! หนวกหู!! หนวกหูน่า!!!" นางซึนระเบิดวาทะประจำตัวของตนเองอย่างเผลอตัวลืมไป (ชินแล้ว) อีกฝ่ายก็หัวเราะชอบใจ

มันช่างเหมือนเดจาวู เหตุการณ์แบบนี้ บทสนทนาแบบนี้ รุ้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ยูมี่เลิกหัวเราะแล้วทำสีหน้าจริงจังขึ้น

"เธอชื่ออะไรเหรอ" องค์หญิงเริ่มยิงคำถาม แต่อีกฝ่ายไม่ตอบ พี่สาวคนรองผู้แสนดีก็ช่วยทำความดีเล็ก ๆ น้อย ๆ สักหน่อย

"หล่อนชื่อซึนเดเรลล่าเพคะ"

"พี่แส่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง!" ซึนเดเรลล่าหน้าแดง << [คนเขียน:คงอยากจะบอกรึเปล่าว่าฉันอยากบอกกับปากตัวเองนะ!ฮ่าๆ]

"ซึนเดเรลล่า......ซึนเดเรลล่า......อืมมม เป็นชื่อที่ดีนะ ซึน........ซึน!!?" เหมือนองค์หญิงนึกอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้นได้ ซึนเดเรลล่ารีบชิ่งหนีก่อน

"เผอิญนึกได้ว่ามีธุระ ขอตัวก่อนค่ะ" แม่สาวหัวเกลียวจากไปอย่างรวดเร็ว แต่คราวนี้ท่านยูมี่เตรียมตัวมาดี กระโปรงสั้นค่อมเข่า รองเท้ารัดส้น ทำให้วิ่งได้สะดวกยิ่งขึ้น เธอติดตามซึนเดเรลล่าไปติด ๆ

ทางด้านยชชี่ ท่านต้นห้องและลูกสาวคนรองช่วยขึ้นมาจากเศษเพดานผุ เธอบาดเจ็บเล็กน้อยที่ศีรษะ ท่านต้นห้องผู้แสนดีก็ช่วยปฐมพยาบาลดูแลระหว่างรอองค์หญิงกลับมา ยชชี่ในตอนนี้ลืมสิ้นทุกสิ่งอื่นนอกจากขอให้ได้อยู่อย่างงี้กับท่านต้นห้องก็พอใจแล้ว << (คนเขียน:ขอให้มีความสุขนะยชชี่ ฮา)

 

นางซึนกับองค์หญิงยุมี่เหมือนวิ่งไล่จับเล่นซ่อนหากันในบ้านหลังนี้ นางซึนรุ้ชัยภูมิสนามรบดีกว่าเลยเป็นต่อ ถึงกระนั้นท่านยูมี่ก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ต้อนอีกฝ่ายจนมุม นางซึนเหลือทางรอดเดียวคือ ห้องด้านหน้า。。。

(อะกึ๋ยยยยยล์ นั่นมันแหล่งกบดานของตูนี่!!!) เมื่อไม่มีทางเลือกก็จำต้องหนีไปห้องนั้น ยูมี่ที่ไล่ตามนางซึนแบบติด ๆ เลยจูบกับประตูอย่างสวยงามลงไปนอนกองกับพื้น เธอทุบประตูเรียกนางซึนเท่าไร อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเปิด ระหว่างที่หาทางอยู่นั่น ยูมี่ได้ยินเสียงท่องคาถาอะไรบางอย่าง

"บะบิบูเบะ บูริน! วิ้งค์ !วิ้งค์! วิ้งค์!"เสียงเล็ก ๆ น่ารักดังมาจากที่ไหนสักแห่งใกล้ ทันใดนั้นเสียงกลอนประตูถูกปลดออกอย่างอัตโนมัติ งงทั้งคนข้างนอกและคนข้างใน。。。คาถาคุ้นหูพิลึกกึกกือ มีอยู่คนเดียวที่นางซึนจะคิดได้

"เฮ้ยยยยยย!นางฟ้าน้อย เธอเป็นพวกใครกันแน่"

>>ฉันเป็นพวกของคนเขียนและคนอ่านค่ะ Nipaa~ (>,,,w,,,<)<< นางฟ้าน้อยแอบบอกมา ฮุฮิ

องค์หญิงยูมี่เข้าห้องมาได้สำเร็จ ช่างเหมือนเป็นอีกโลกที่เธอไม่เคยเห็น ตู้ดีวีดีนั่น。。。ถ้าเข้าใจไม่ผิดคือ ดีวีดีอนิเมะสินะ กองเกมอีกหนึ่งตั้งข้าง ๆ เครื่องเกมสองสามชนิดที่องค์หญิงเคยเห็นโฆษณาในทีวี ตู้หนังสือเต็มไปด้วยหนังสือการ์ตุน มีหุ่นฟิคเกอร์จัดเรียงโพสท่าต่าง ๆ อย่างสวยงามแยกอีกตู้ข้าง ๆ ฝาห้องถูกประดับด้วยโปสเตอร์และแผ่นพับอนิเมะและเกม หนึ่งในนั้นที่องค์หญิงสะดุดตาคือ โปสเตอร์รูปชานะ ที่ชุดช่างเหมือนกับแม่สาวหัวเกลียวคนนั้น เธออมยิ้มเล็กน้อย แต่ที่ทำให้องค์หญิงได้คำตอบทุกสิ่งคือ คนตรงหน้า ที่กำลังแดงเหมือนมะเขือเทศสุก ดูแดงหวานช่ำน่ารักเสียเหลือเกิน หรือว่าจะแดงน่ารักเหมือนสตรอเบอรี่ที่กำลังสุกหว่านน่าอร่อยดีนะ....<< [คนเขียน: อันหลังนี้ไม่ได้ค่ะ องค์หญิง!]

"ซึนเดเรลล่า ในที่สุดฉันก็ได้พบเธออีกครั้ง" ยูมี่เดินตรงเข้าไปหาสาวน้อยซึนเดเรลล่าที่กำลังถอยห่างออกไปจนชนกับหน้าต่าง

"ตอนนั้นเผอิญว่าเกิดเรื่องก่อนฉันเลยยังไม่ได้บอกเธอ" ท่านยูมี่มาอีกล่ะ ทำสถานการณ์ชวนให้นางซึนกระอักกระอ่วนใจ

"เก็บไว้พูดกับแม่สาวหัวเกลียวสีแดงเพลิงคนนั้นเถอะค่ะ" นางซึนยังคงปากอย่างใจอย่าง

"ก็คน ๆ นั้น อยุ่ตรงหน้าฉันแล้วนิ" องค์หญิงพูดพร้อมดึงพลาสเตอร์ลายคุณหมูดุ๊กดิ๊กออก เห็นรอยแผลจาง ๆ เป็นเส้นบางบนใบหน้าหญิงสาว

"พลาสเตอร์น่ารักดีนะ ฉันต้องหาซื้อใช้บ้างแล้ว" องค์หญิงยิ้มพร้อมปล่อยประกายวิ้งค์วับจับจิตจับใจเป็นท่ามาตรฐานก่อนปล่อยคอมโบฮิท

(อา เจิดจ้า เจิดจ้า เจิดจ้าเกินไปแล้ว!) ซึนเดเรลล่าของพวกเราชักเริ่มจะละลายกับคุณพี่วิ้งค์และคิลลิ่งสมายล์ของท่านยูมี่。。。แล้วยังเขินอย่างรุนแรงที่สุดตั้งแต่เกิดมา จนด้วยคำพูดใด ๆ จะมาบรรยายความรุ้สึกของนางซึนของพวกเรา ณ วินาทีนั้นได้

"ฉันน่ะนะ。。。" ท่านยุมิหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก็พูดออกมาจนได้。。

"อยากให้เธอมาเป็นคุ่หูของฉัน"

 

เงียบ.....ห้องนั้นช่างเงียบสนิทมีเพียงเสียงหายใจของคนสองคน แถมด้วยเสียงหัวใจเต้นระรัวสั่นระส่ายจนนางซึนตั้งสติได้เลยทำลายความเงียบนี้ซะ

 

"ทำไมถึงจะเลือกคนอย่างฉันละคะ" ซึนเดเรลล่าหยุดจังหวะเล็กน้อย "ท่านก็เห็นแล้วนิว่าตัวตนที่แท้จริงของฉันเป็นเช่นไร" เด็กสาวที่ไม่มีอะไรโดดเด่น (นอกจากความโอตาคุ!และดริลน้อยกลอยใจคู่นั้น!) ตัวเล็กเป็นระนาบทั้งหน้าและหลัง กินจุ ปากร้ายโผงผาง ไม่มีอะไรที่คู่ควรแก่การเป็นคู่หูของเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งอาณาจักรลิลเลียทาเรียสักนิด

"ฉันรู้อยู่แล้วล่ะนะ......"

(เห!!!???)

เนตรเพลิง ชานะ กับเมล่อนปังปริศนา อนิเมฮิตหลังข่าวที่ใคร ๆ ก็ดูกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งท่านยูมี่ ที่แม้ไม่ได้ติดตามอนิเมะมากแต่ก็ดูและรู้จักเรื่องนี้ หญิงสาวที่กล้าใส่ชุดคอสชานะไปเข้าวัง เธอพึ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกและคนแรกในรอบประวัติศาสตร์ลิลลิทาเรียกว่าสี่ร้อยปี หญิงสาวที่เป็นตัวของตัวเองทั้งนิสัย คำพูด การแสดงออก ที่ปากไม่ตรงกับใจเท่าไร (ปากไม่ตรงกับใจ "มาก" ต่างหาก) ทำให้องค์หญิงนึกเอ็นดูแล้วอยากจะหยอกเล่น (กลั่นแกล้ง) อีกฝ่ายมากขึ้น แต่คนประเภทนี้มักจริงใจต่อคนที่ชอบคนที่รักเสมอ ๆ หญิงสาวตรงหน้าที่นึกหวั่นกลัวตัวเธอด้วยว่ามีงานอดิเรกความชอบความสนใจแปลกกว่าคนธรรมดาทั่วไป หญิงสาวตรงหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยชีวิตเธอไว้ หญิงสาวคนนี้มีอะไรที่ไม่คุ่ควรแก่การเป็นคู่หูของยูมี่แห่งลิลลีทาเรียเหรอ。。。เหล่านี้ทั้งหมดนั้นได้ถ่ายทอดสู่ซึนเดเรลล่าของพวกเราอย่างชัดถ้อยชัดคำ

"ฉันอยากรู้จักเธอมากขึ้น และฉันก็อยากให้เธอรู้จักฉันมากขึ้นเช่นกัน ฉันมองคนไม่ผิดหรอก ครั้งนี้ฉันจะไม่บังคับเธอ ขอให้เธอตัดสินใจด้วยตัวเองจากหัวใจของเธอ ด้วยความปรารถนาที่แท้จริงของเธอ ไม่ว่าคำตอบจะออกมายังไงฉันจะยอมรับทุกอย่าง"

ยูมี่ได้พูดในสิ่งที่อยากพูดไปเสียจนหมดสิ้น  เหลือแต่ซึนเดเรลล่าที่ต้องซื่อสัตย์กับตัวเองเสียที

ห้องกลับสุ่ความเงียบอีกครั้ง นอกจากเสียงหายของคนสองคน และเสียงหัวใจเต้นตึกตักอย่างลุ้นสุด ๆ ของยูมี่。。。

ซึนเดเรลล่าเมื่อตรึกตรองอย่างละเอียดแล้วเธอได้ตอบองค์หญิงไปว่า

 

safe point 4

A4 "ยังไงฉันก็ไม่อาจเป็นคู่หูของท่านได้ค่ะ。。"

B4 "ฉันไม่เคยสนใจสักนิดที่จะเป็นคู่หูของท่านค่ะ。。"

C4 "ฉัน。。。ยินดีค่ะ"

 

---------------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

A4

"ยังไงฉันก็ไม่อาจเป็นคุ่หูของท่านได้ค่ะ" คำตอบที่ชัดเจนแจ่มแจ้งเช่นนี้ องค์หญิงยูมี่ในส่วนลึกของก้นบึ้งหัวใจก็เสียใจไม่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจอีกฝ่าย เธอจากบ้านหลังนี้ไปอย่างเงียบ ๆ ทิ้งให้ซึนเดเรลล่าจมกับความเศร้า......

"พลาดดดดดดดดด! เมื่อกี้พูดอะไรออกปายยยยย!นึกว่าท่านยูมี่จะตื้อเราสักนิดแล้วเราก็จะยอมเป็นคู่หูให้แท้ ๆ โธ่!" นางซึนนั้นคาดการณ์ผิดไปเลยอดซะ!

!!!!!!

แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก! เสียงหอบหายใจหลังตื่นจากฝันร้ายของมัทซึกไดระ โทวโกะ ทำเอาเธอไม่กล้ากลับไปนอนต่อ แม้เป็นเช้าตรู่วันอาทิตย์ที่น่านอนแค่ไหนก็ตาม

"ฉันนี่บ้าจริง ๆ"  แม้เป็นแค่ฝันก็เหอะ จะเหมือนจริงเกินไปแล้ว โทวโกะชักหวั่นใจ

"ดีล่ะเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบในฝัน วันนี้ฉันจะต้องรีบชิงบอกยูมิซามะก่อน!"

นี่คือเป้าหมายของมัทซึไดระ โทวโกะ ในการออกเดทกับยูมิซามะที่รักของเธอในวันนี้

....

...

..

N

O

R

M

A

L

E

N

D

I

N

G

2

NORMAL ENDING 2!!!!!

go to safe point 4 if you want

go to atogaki

 

--------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

B4

"ฉันไม่เคยสนใจสักนิดที่จะเป็นคู่หูของท่านค่ะ。。。"

คำตอบนี้ทำเอาหัวจิตหัวใจน้อย ๆ ขององค์หญิงหล่นตุ้บหายจมดินไปแล้ว แต่ทว่า。。。

"ยังพูดไม่จบค่ะ ถึงฉันจะไม่สนใจตำแหน่งคู่หูอะไรนั่น แต่จะยอมเป็นให้ก็ได้ค่ะ ก็ท่าน。。。。เชื่อและยอมรับตัวตนทุกอย่างของฉัน ฉันไม่ใจร้ายพอจะทำลายความรู้สึกที่ดีของท่านที่มีต่อฉันได้" เด็กสาวพูดไปหน้าแดงไป แล้วยังยิ้มอย่างอาย ๆ ให้เเป็นภาพที่องค์หญิงยูมี่คิดว่าซึนเดเรลล่าน่ารักสุด ๆ

"ซึนเดเรลล่านี่น่าาาาา....ฉันชอบเธอจริง ๆ เลยให้ตายสิ!"

สู่ Epilouge

 

---------------------------------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

C4

"ฉัน......ยินดีค่ะ" เธอตอบรับคำขอขององค์หญิงยูมี่ในที่สุด!เด็กสาวยิ้มอย่างอาย ๆ ป็นภาพที่องค์หญิงยูมี่คิดว่าซึนเดเรลล่าน่ารักสุด ๆ

สู่ Epilouge

----------------------------------------------------------------

Epilouge

พิธีแต่งตั้ง "คู่หู" ของเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งอาณาจักรลิลลีทาเรียได้จัดขึ้นหลังเหตุเกิด ณ บ้านของซึนเดเรลล่า 5 วันให้หลัง ก่อนหน้านั้นซึนเดเรลล่าได้เข้าเฝ้าองค์ราชินี องค์ราชินีได้ขอโทษที่ส่งคนไปทดสอบนางซึน (ชายชุดดำ) ด้วยว่าเธออยากจะมั่นใจว่าคนที่จะมาเป็นคู่หูของยูมี่นั้นสามารถปกป้องยูมี่ได้ไม่ว่าสถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม เธอเองก็รุ้สึกสนใจเด็กสาวหัวเกลียวสีแดงเพลิงที่แต่งตัวประหลาดมาร่วมงานเลี้ยงในวัง อีกทั้งยังทำให้ยูมี่ของเธอในวันนั้นดูจะร่าเริงมีชีวิตชีวามาก 

เมื่อทุกอย่างจบลงอย่างชื่นมื่น ซึนเดเรลล่าได้ย้ายเข้ามาอยู่ในวัง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ในค่ำคืนวันที่ 3 หลังจากพิธีแต่งตั้งนางซึน องค์หญิงยูมี่พานางซึนมาที่รูปปั้นศักดิ์สิทธิ์อันเป็นรูปปั้นของเทพธิดาแห่งอาณาจักร เวลา ณ ขณะนั้น ใกล้เที่ยงคืนแล้ว ทุกอย่างเงียบกริบเหลือแต่เสียงลมและเสียงฝีเท้าของคนสองคน

ซึนเดเรลล่าอยู่ในชุดคอสชานะ ชุดนี้ไม่ได้มาจากนางฟ้าน้อย แต่เป็นของที่องค์ราชีนีประทานให้เพราะเธอชอบนางซึนในชุดนี้ (น่านนนน!) "พาฉันมาที่นี่ทำไมเหรอ" นางซึนเอ่ยถามขึ้น

"เพื่อทำพีธีรับเธอเป็นคู่หูของฉันน่ะสิ

"หา?!" คำตอบขององค์หญิงสร้างความประหลาดใจให้กับซึนเดเรลล่า

"ฉันไม่ได้ถูกแต่งตั่งไปแล้วเหรอคะ" นางซึนชักงง ๆ

"นั่นคือในนาม ตามธรรมเนียมของวัง พิธีจริง ๆ น่ะ คือตอนนี้ต่างหาก"

."เข้าใจล่ะ...แต่ก่อนอื่นนะ" ซึนเดเรลล่าหยิบผ้าเช็ดหน้าสีชมพูออกมาจากกระเป๋ากระโปรง ท่านยูมี่เห็นก็จำได้ทันที

"นี่ เอาคืนไป" นางซึนปาผ้าเช็ดหน้าใส่องค์หญิง นึกออกได้ลาง ๆ ว่าพระองค์เคยบอกให้คืนกับมือไม่ใช่รึ....

"เก็บไว้ก็ได้นะ" เจ้าของผ้าเช็ดหน้าออกหยิบมันออกจากใบหน้าของตน ดูเหมือนแม่สาวหัวเกลียวจะปฏิเสธเสียงแข็ง ออกปากว่าไม่อยากเก็บไว้ให้รกโอตาคุพาราไดส์ของเธอ (แต่ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ติดตัวเธออยู่ตลอดเวลา) ท่านยูมี่ก็เลยกะจะมอบสิ่งที่ "ดีกว่า" ให้

"เริ่มพิธีกันเถอะ" ท่านยูมิดึงเข้าจุดประสงค์หลักที่มา ณ ที่แห่งนี้

"อืม ต้องทำยังไงบ้างล่ะ。。。"

..............................................................................

เงียบ............จู่ ๆ ท่านยูมี่ก็เงียบไปซะงั้น แล้วนั่นอะไรกัน หน้าแดงด้วย!

ทั้งคู่เงียบไม่พูดไม่จาจนกระทั่งองค์หญิงเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

"คะ คือว่า.........คือ......" องค์หญิงอ้ำ ๆ อึ้งๆ แล้วอาการที่บ่งบอกว่ากำลัง "เขิน" นั่น มันอะไรกัน!?

เห็นท่าทางแบบนี้ขององค์หญิง ซึนเดเรลล่าเลยเขินตามด้วย >///<)

(หรือว่าจะเป็น "ไอ้นั่น") น้องซึนเริ่มคิดมาก。。。。<< [คนเขียน: ไอ้นั่นคืออะไร!?]

"ต้อง จะ.. จะ... จะ... จะ。。。" ยูมี่เขินจนพูดไม่ออก

(เอร้ยยยยยย!เฮ้ย!!!!=///[]///=)น้องซึนเริ่มคิดไปไกล

"ซึนเดเรลล่า!" เมื่อยูมี่รวบรวมความกล้าได้แล้วก็...

(อ๊างงงงง! ไม่ได้นะคะ ท่านยูมี่! ต่อหน้าท่านเทพธิดาและยัยคนเขียน!...)  << [คนเขียน: ไม่ต้องสนใจตรู ลุยโล้ด!? =. .=)~]

!!!!

หมับ!

 

(อะเด๊ะ?!)

 

ยูมี่คว้ามือทั้งสองของซึนเดเรลล่ามากุมไว้

"พวกเราต้องจับมือกันอย่างแนบแน่นแบบนี้" คนพูดนั้นเขินมากจนดูเว่อร์พิกล (ฮา) 

(~(= 「」!)~แล้วไม่รีบบอก ให้ฉันคิดเลยเถิดไปถึงไหน!)

"มะ มือของซีนเดเรลล่า นี่ พอจับแบบนี้แล้วไม่นุ่มอย่างที่คิดแฮะ แต่ก็เล็กน่ารัก น่าทะนุถนอมดีจัง" องค์หญิงค่อย ๆ ลูบและสัมผัสหน้ามือกับหลังมือทั้งสองข้างของนางซึนอย่างเบา ๆ เต็มไปด้วยความอ่อนโยนเฉกเช่นรอยยิ้มที่มีให้ซึนเดเรลล่าตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบจวบจนบัดนี้ ทำเอาอีกฝ่ายรู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก...ความรู้สึกนั่น....โลกของซึนเดเรลล่ากลายเป็นสีชมพูหวานเหมือนลูกกวาดชั่วขณะ...

"นี่คือพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์นะ" ยูมี่มีทีท่าจริงจังขึ้น ซึนเดเรลล่าเลยกลับมาตั้งสติได้อีกครั้ง องค์หญิงค่อย ๆ ยกมือของทั้งคู่ขึ้นกุมไว้ที่หน้าอก

"ซึนเดเรลล่า เรา เจ้าหญิงยูมี่แห่งอาณาจักรลิลลีทาเรีย ขอให้เจ้าเป็นคู่หูของข้านับแต่นี้เป็นต้นไป เราขอสาบานต่อองค์เทพยาดา คู่หูของเราจะมีเพียงซึนเดเรลล่าเพียงคนเดียวเท่านั้น ตราบชั่วนิรันดร" องค์หญิงค่อย ๆ คลายมือออกแล้วก็ถอดสร้อยกางเขนที่ห้อยคอเธอในพิธีแต่งตั้งซึนเดเรลล่าในวังออกมาสวมให้กับ "คู่หู" ของเธอ

ซึนเดเรลล่ามองสร้อยกางเขน (โรซารี่) อย่างยินดี ตรงกลางเป็นอัญมณีสีอัคคีเหมือนเกศาและนัยนาของชานะ

"จากนี้ไปก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ คู่หูของฉัน" องค์หญิงยิ้มได้อ่อนโยนและเจิดจ้าที่สุดตั้งแต่ซึนเดเรลล่าเคยเห็นมา

"อะ อืม เช่นกันค่ะ" ซึนเดเรลล่าตอบรับ แก้มของเธอเป็นสีชมพู

แล้วทั้งคู่ก็พากันเดินจูงมือกันกลับวัง....ระหว่างทางนั้น...

"นี่ ซึนเดเรลล่า เธอน่ะ ก่อนหน้านี้เธอคิดอะไรลามกอยู่รึเปล่า" องค์หญิงอาจจะมีเซนส์พิเศษที่รับรู้ข้างในจิตใจของนางซึนก็เป็นได้ เธอลองถามเล่น ๆ แต่ผิดคาดที่อีกฝ่ายมีปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างรุนแรง....

"หน้าเธอกลายเป็นสีผมของชานะอีกแล้วนะ" องค์หญิงหัวเราะคิกคัก  "หรือว่า.....เธอ.......คิดอยู่.......จริง ๆ?" องค์หญิงเล่นพูดช้า ๆ เป็นจังหวะให้ชวนระทึก...ตอนนี้สีหน้าของท่านยูมี่ก็ไม่ต่างจากของนางซึน

ฉึกกกกก!ปึ้ดดดดดดด!อะไรสักอย่างมันทิ่มจิตใจที่แสนจะเปราะบางของสาวน้อยซึนเดเรลล่า อะไรสักอย่างมันปึ้ดขึ้นที่หัวอีกแล้ว ด้วยความร้อนในตัวที่พุ่งพรวดพราดอย่างรวดเร็ว ซึนเดเรลล่าได้ทำให้คนทั่ววัง ไม่สิ คนทั่วเมืองตื่นจากนิทรารมย์

"นะ..หนวกหู! หนวกหู!! หนวกหู!!! หนวกหู!!!! หนวกหูน่า!!!!!"

.....................

...............

.........

......

...

.

"หนวก......หู 。。น่า。。。。。?" เด็กสาวหัวเกลียวพึมพำในขณะที่ครึ่งหลับครึ่งตื่น เปลือกตาค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ เช้าวันอาทิตย์ที่สดใสของเธอผ่านค่ำคืนฝันหวาน (หรือเปล่านะ ^^") มาอย่างยาวนาน เมื่อค่อย ๆ ระลึกความฝันพิลึกพิลั่นนั่น เรื่อย ๆ เรื่อยๆ เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จนช็อตสุดท้ายนั่น。。。 โทโกะก็เหมือนกาต้มน้ำที่กำลังเดือดแดงและพ่นควันได้

"เรื่องแบบนั้นน่ะ!。。。เรื่องแบบนี้น่ะ!。。。เรื่องแบบโน้นน่ะ! " โทโกะกุมใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตน จากกุมกำลังจะกลายเป็นขยำ 

"ฉันไม่ยอมรับ! ฉันไม่ยอมรับ! ฉันไม่ยอมรับเด็ดขาด!" โทโกะโวยวายอย่างไม่มีเหตุผลขึ้นมาซะงั้น (ฮา) << [คนเขียน: ฝันเองไม่ใช่เหรอจ๊ะ ฮุฮิ]

คนเขียนเริ่มออกอาการอยากแกล้งน้องดริลเพิ่มเติม

เซย์เรย์เข้าไปตบบ่าสาวน้อยเบา ๆ

เซย์เรย์: "เลิกหนีความจริงซะเถอะ ที่ว่า ตัวหนูน่ะ。。。 "

คนเขียนยังพูดไม่ทันจบ โทโกะจังก็เอาสว่านคู่ของเธอเจาะกะโหลกหนา ๆ ของคนเขียน ทวงท่านี้นั้นไม่ต่างอะไรกับท่าควงสว่านที่ขมับ ไม้ตายอันร้ายกาจของโนะฮาร่า มิซาเอะ ที่ใช้ฟาดฟันกับเจ้าลูกชายตัวแสบ

"หนวกหู! หนวกหู!!! หนวกหูน่า!!!!!"

 

TRUE ENDING

ยินดีต่อผู้เล่น/ผู้อ่านทุกท่านที่มาถึงฉากจบที่แท้จริง (>w<)/

--------------------------------------------------------------------

Atogaki

จบ TwT)/ (หรือเปล่า?)

อย่างน้อยก็มีพาร์ทนี้ออกมาจนได้ ขออุทิศผลงานแฟนฟิคสุดบ้านี้ให้แก่ดร.วัตสัน ที่่สั่งการบ้านห่าเหว นรกมาให้ปวดหัวเครียด กินเวลาทำแล็บโดยใช่เหตุ อีกทั้งขณะที่พิมพ์พาร์ทนี้ช่วงวีคเอนด์แสนสุขสันต์ที่วันจันทร์ได้วันหยุด แกก็ฟอร์เวิร์ดการบ้านชุดต่อไปเข้าอีเมลล์มา....

ฮึ้ยยยยยยยยยย!!! พึ่งส่งก็มาใหม่แล้ว!

Orz

ประชดซะ ด้วยการเพิ่มปริมาณแฟนฟิคหนีความจริงอันนี้เข้าไปอีกเท่าตัว! <<สนองกิเลสตัวเองนิ  ฮา

ก็เช่นเคย ขออธิบายบางมุขที่คนดูการ์ตูนบางกลุ่มอาจจะไม่เข้าใจ

(พาร์ทแรกก็มีคำอธิบายบางมุขไว้ ถ้าซ้ำกับตอนแรกจะไม่ลงในนี้ค่ะ คลิกกับไปอ่านของเก่า)

คำอธิบาย

แดนซ์แดนซ์มาเนียและแดนซ์แดนซ์เรโวลูชั่น = เกมเต้นที่ออกสู่เครื่องเกมหลายชนิด ฮ็อตฮิตอยู่พักใหญ่ในสมัยที่คนเขียนยังเป็นวัยรุ่น (นานแล้วสินะ Orz) ตอนนี้ไม่ได้ตามว่ายังฮิตกันอยู่รึเปล่า

โคโรเน็ท = ขนมชนิดหนึ่งรูปทรงเหมือนเปลือกหอยที่เกิดเป็นที่สนใจขึ้นมาหลังจากอนิเมเรื่อง Lucky Star ดังดีเป็นเทน้ำเทท่า ด้วยว่าโคนาตะ คาแร็คเตอร์โอตาคุสาวในเรื่องชอบกันมากมายโดยเฉพาะไส้ช็อคโกแลต (ดังรูปทางซ้ายที่มีกระดาษปิดท้ายไม่ให้ช็อคโกแลตไหลออกมา)

มาคุ = จะว่าเป็นแสลงภาษาญี่ปุ่นก็ได้ แต่ที่แน่ ๆ คือ ใช้พูดหรือบรรยายสถานการณ์ที่คับขัน ตรึงเครียดอย่างมาก ที่มา เชื่อว่ามาจากการ์ตูนยอดมนุษย์เก่า เช่นพวกอุลตร้าแมน ขบวนการเซนไต ที่เวลาสัตว์ประหลาดแพ้ยกแรกจะต้องขยายร่างเป็นตัวใหญ่ ๆ ช่วงจังหวะที่ขยายร่าง บรรยากาศในเรื่องจะดูมาคุ (อาจจมีเทคนิคการถ่ายทำให้บรรยากาศมีแสงสีประกอบ เป็นต้น)

หอนาฬิกา ที่บรรยายไว้ ตอนเขียนนึกไปถึงหอนาฬิกาในเรื่องเซนต์เซย์ย่าที่ตั้งอยู่ ณ แซงชัวรรี่ คนที่ดูภาค 12 ปราสาทคงนึกออกกัน ในแฟนฟิคนี้ดัดแปลงไปเสียเยอะ ที่เหมือนกับของเซนย์เซย์ย่าคือ ดวงไฟ 12 ดวง เท่านั้นเอง แล้วในเซย์ย่านั้น ดวงไฟจะแทนปราสาททั้งสิบสองตามสิบสองราศี แล้วดับทุก ๆ ชั่วโมง หากดับหมดแล้วพวกเซย์ย่ายังช่วยอาเทน่าถอนศรพิษไม่ได้ เธอก็จะตาย (แล้วเรื่องก็จะจบ)

เจิดจ้า เจิดจ้าเกินไปแล้ว! = ไอเดียมาจากมังกะและอนิเมเรื่อง หนุ่มหล่อเฟี้ยวแปลงโฉมสาว หรือ Yamato Nadeshiko Shichi Henge นางเอก นากาฮาระ ซูนาโกะมักโดนประกายเจิดจ้าจากสี่หนุ่มหล่อในบ้านจนเธอมักจะละลายเกือบสิ้นชีพอยู่เสมอ (ฮา)

ห้ามพูดเรื่องน่าอายนะ!= คำพูดติดปากของไอกะจังในเรื่่องอาเรีย ที่ชอบพูดเวลาอาคาริมีคำพูดต่อสิ่งรอบตัวเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ น่ารัก สดใส และดูเป็นโลกในอุดมคติ (ที่ในชีวิตจริงคงหาไม่ได้หรือหาได้ยาก) บางทีก็พูดใส่คาแร็คเตอร์อื่นในเรื่องด้วย (แต่อาคารินี่โดนไปแล้ว 90%) ในเวอร์ชั่นภาษาไทยของอาเรียลิขสิทธิ์บงกชแปลไว้ยังไงจำไม่ได้ (ไม่ได้อ่านอาเรียภาษาไทยนานแล้ว TwT) สำหรับเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นต้นฉบับคือ

 恥ずかしいセリフ禁止!Hazukashii serifu kinshi!

Nietono no Shana = ดาบของชานะในเรื่อง Shakugan no Shana

Te no Rin = ฉายาของไอซากะ ไทกะ ในเรื่อง Toradora ในที่นี้แค่จะยืมชื่อเฉย ๆ รายละเอียดที่เล่นและเกี่ยวข้องกับฝ่ามือพยัคฆ์มากกว่านั้นอยู่ในพาร์ทแรก

Rocket Punch = กระบวนท่าหนึ่งของหุ่นซุปเปอร์โรบอทดังในอดีต Manzinger Z (แล้วก็ยังคงติดหูติดตาคนการ์ตูนและคนเกมมาจนถึงบัดนี้ โดยเฉพาะพวกเล่น SRW)

ในแฟนอาร์ตบางเจ้าก็มีล้อโทโกะกับหุ่นเก็ตเตอร์ 02 ที่มีโครงสร้างแขนเป็นสว่านด้วย บ้างก็ล้อโทโกะกับเมก้าซาวะในโครมาตี้

อาร์ชเชอร์ (Archer) และ ริน (Tohsaka Rin) ในที่นี้คือตัวละครดังจากเกม อนิเม และมังกะ ของ TYPE-MOON เรื่อง Fate/stay night เผอิญว่าเซย์ยูหรือนักพากย์ของยูมิในมาริมิเตะนั้นคือ Ueda Kana ซึ่งเธอก็พากย์รินจังในเฟทฯเช่นกัน แล้วรินจังในเฟทก็เป็นสาวซึนเดเระและมีอาร์ชเชอร์เป็นเซอร์แวนท์

อาร์ชเชอร์นั้นมีท่าไม้ตายสุดดังและสุดเท่ตลอดกาล "Unlimited Blade Works" ในเฟทฯจะเรียกท่าไม้ตายของเซอร์แวนท์แต่ละคนว่า Noble Phantasm แล้ว UBWs นี่ก็เป็นท่าที่ติดหูติดตาแฟนเฟทฯไม่รู้ลืม บทพูดของอาร์ชเชอร์ก่อนปล่อย UBWs ตัวเต็มจิ้มดูที่ ref. ค่ะ

ref. http://en.wikipedia.org/wiki/Archer_(Fate/stay_night)

ปลดปล่อยสวัสดิกะ = Bankai! แน่นอน จากบลีช โดยส่วนตัวคุ้นกับคำว่าบังไคมากกว่า ฮา

(โดยเฉพาะบังไคของท่านพี่เบี๊ยะคุยะ อ๊างงงงงงง XD.....เซมบงซากุระ คาเกโยชิ....)

พัดกระดาษ = ฮาริเซ็น ทีพวกตลกของญี่ปุ่นมักใช้เล่นกัน แล้วตัวละครที่พูดสำเนียงคันไซก็มักจะมีชอบมีมุขฮาริเซ็นอยู่เนือง ๆ ที่เอามาเล่นเพราะว่า อุเอดะ คานะซังเป็นคนคันไซ บ่อยครั้งที่เธอมักได้ครอบครองบทตัวละครดังหรือตัวสำคัญของการ์ตูนที่มีคาแร็คเตอร์ที่พูดสำเนียงคันไซ

รูปที่เอามาโชว์ เป็นของขายในเวปออนไลน์ที่เน้นสินค้าอนิเมะและโอตาคุ เห็นแล้วถูกใจ "ซึนเดเระจิการะ!" (ถ้าแปลคือ พลังซึนเดเระ"

นิตยสารนิวไทป์ ในพาร์ทแรกลืมใส่คำอธิบายเผื่อบางคนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็น "นิวไทป์" ก็เพระว่า คนทั่วไปคิดว่า นิวไทป์คือนิตยสารที่ลงเรื่องราวและข่าวสารวงการการ์ตูนญี่ปุ่นที่ดีที่สุด โดยส่วนตัวก็ชอบนิวไทป์เหมือกัน แต่เห็นว่ามีคนแจกนิวไทป์บ่อย ๆ ในบิทเลยไม่รับ (ฮา) นิวไทป์จะกลาง ๆ แต่แท้จริง เน้นกันดั้ม (แน่ล่ะ ชื่อนิตยสารก็บอก) และอนิเมแนวนอร์มอลรวมถึงโชเน็นไอนิดหน่อย ทว่าโดยรวมก็ยังมีข่าวคราวการ์ตูนเกือบทุกแนวครบถ้วนดีในระดับหนึ่ง (มากบ้างน้อยบ้างว่ากันไป) ถ้าเป็นเมงามิจะเน้นการ์ตูนและเกมสาวน้อยเป็นหลัก แล้วยังล่อลวงคนซื้อด้วยพินอัพ โปสเตอร์และของแถมเป็นตัวละครสาวน้อยน่ารักอยู่เสมอ (ฮา)

อะกึ๋ยยยยยยลลล์! ยัยซกมก! = เรื่องนี้คือ Nodame Cantabile อย่างแน่นอนที่สุด จากคำอุทานเวอร์ชั่นภาษาไทยของโนดาเมะ ตัวเอกของเรื่อง ผู้หญิงที่ซกมกที่สุดตั้งแต่ดูการ์ตูนมา (ยิ่งกว่าซูนาโกะอีก =w=") แต่ก็เป็นตัวละครที่น่ารักมาก ๆ ตัวหนึ่งที่ผู้ชมชอบ อนึ่ง โนดาเมะอนิเมไม่ว่าภาคไหนก็เป็นอนิเมที่เรทติ้งดีมาก ๆ แม้จะเป็นอนิเมฉายหลังเที่ยงคืนก็ตาม

นางิ หน้ากากแห่งเงินตรา! = ไอเดียจากอนิเมและมังกะดังเรื่อง Hayate no Gotoku! หรือพ่อบ้านประจัญบาน ตัวเอกของเรื่องคงเดาได้ว่า นางิ แล้วคนพากย์เสียงนางิคือ คุกีมี่ เจ้าเดิม (อ่านรายละเอียดคำอธิบายได้ในพาร์ทแรก) นางิตามเนื้อเรื่องเป็นคุณหนูรวยล้นฟ้า ชอบเขียนโดจินเค และแน่นอน "โลลิ ซึนเดเระ อกกระดาน" ไม่งั้นคุกีมี่จะได้พากย์เรอะ ฮา  ในการ์ตุนพ่อบ้านประจัญบานมีตอนนึงที่นางิแปลงร่างเป็น "kane no kamen" ถ้าแปลก็หน้ากากแห่งเงิน ถ้าจำไม่ผิดเหมือนพ่อบ้านประจัญบานลิขสิทธิ์วิบูลย์กิจก็ใช้คำว่า ตัวแทนแห่งเงินจะลงทัณฑ์แก อะไรทำนองนี้ด้วย (อืมมม มิน่าล่ะ ทำไมเราถึงคุ้น ๆ ประโยคนี้ =w=")

บะบิบูเบะ บูริน! วิ้งค์ !วิ้งค์! วิ้งค์!= ไอเดียจากการ์ตูนเก่าเรื่องบูริน สมัยเราอยู่มัธยม (ยิ่งนานเข้าไปใหญ่ Orz) เป็นการ์ตูนที่ช่องสามสมัยก่อนออกฉายด้วย นางเอก โคคุบุ คาริน ที่เผอิญเจอเจ้าหมูสีเหลือง "ทนราเรียโน" หรือ "ทนจัง" เจ้าชายแห่งดาวหมู ทนจังเลือกคารินเป็นฮีโร่แบบหมู ๆ เลยกลายเป็น บูริน หมูสีชมพูน่ารักน่ากอดเป็นที่สุด (ฮา) เป็นเรื่องที่แหวกแนวฮีโร่สาวน้อยปาฏิหาริย์ในช่วงนั้นทีเดียว ด้วยว่านางเอกแทนที่จะได้อยู่ในชุดสวย ๆ น่ารัก ๆ แต่กลับต้องกลายร่างเป็นหมูแทน (ทั้งเตี้ยล่ำและถึกแบบหมู ๆ ฮา) ตอนแปลงร่างเธอต้องเอาตลับแป้งขึ้นมา แล้วท่องคาถา "บะบิบูเบะ บูริน!" (ในภาษาญี่ปุ่น buta = หมู)

Nipaa~ เป็นคำน่ารัก ๆ ของญี่ปุ่น ปรากฏกับคาแร็คเตอร์โลลิน่ารัก โดยมักเป็นส่วนหนึ่งของคำสร้อยปิดประโยคหรือซาวด์เอฟเฟคประกอบแบ็คกราวน์ของมังกะหรืออนิเมก็ได้ ตัวอย่างนิปาาาาา ที่ชัดเจนจากการ์ตูนเรื่องดังคือ Higurashi no Naku koro ni series โดยน้องหนูนิปาาาาาา ริกะจัง (ให้เสียงโดยยูคาริน)

คนนี้ก็นิปาาาาาาาา~ เหมือนกันนะ (โดยเฉพาะเวลาคิดถึงนาโนฮะซังที่รัก ฮา) โดจินชิมักเห็นคำว่านิปาาาอยู่บ่อย ๆ

-----------------------------------------

อยากนึกสนุกทำวิชวลโนเวลเล่นบ้าง (แต่ไร้ซึ่งปัญญาทำโปรแกรม) เลยเล่นแบบฟิคชั่นง่าย ๆ ดู หลังจากพยายามลองถามมงกับค้นดูแล้ว วิธีง่าย ๆ ที่เราใช้ก็มาจากอันนี้ http://www.w3schools.com/HTML/html_links.asp

ตัวคำถามคำตอบง่ายนิดเดียวแบบเดาได้ว่าต้องตอบอันไหน ฉากจบที่แท้จริงต้องเล่นให้ไปถึง Epilouge ก่อน คนที่พอใจจะจบแบบ normal ending ก็ไม่มีปัญหา จบได้ แต่จะพลาดของดี (เอ๊ะ!) เช่นซีจีโฮก ๆ อะไรประมาณนั้น (ไร้ซึ่งความสามารถในการวาดรูป ขออภัยที่ไม่มีซีจีประกอบ ฮา)

แล้วด้วยแฟนฟิคมาริมิเตะเรื่องแรกของเรานี้เอง ก็ได้ลองทำเป็นสไตล์วิชวลโนเวลเป็นครั้งแรกด้วย ทำให้เข้าใจความลำบากของการทำเกมประเภทนี้ขึ้นมาก จากนี้ไป ก็จะนั่งรอซัคเซสทำเกมวายซีรีย์ใหม่ ๆ ออกมาอย่างใจเย็น =w=) รวมถึงค่ายเกมอื่น ๆ ด้วย (ตอนนี้รอเพอร์โซน่า 5 อยู่ กี่ปีก็จะรอค่ะ แอทลาส)

ขอบคุณผุ้อ่านทุกท่านที่เสียเวลานั่งอ่านแฟนฟิคชั่นอันนี้ ขอให้ได้รับความสนุกและความบันเทิงกันอย่างถ้วนหน้า =w=)/

ขอไว้เพียงเท่านี้ ถ้าพิมพ์ตกหล่นจะมีอีดิททีหลัง  gokigenyou.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยังคงเป็นฟิกที่อ่านแล้วฮาครืนเช่นเคย

โอ๊ย ถ้าในต้นฉบับน้องดริลกับยูมิจี๋จ๋ากันแบบนี้บ้างก็ดี ยูมินี่รังสีพี่เซย์แรงมาก

อ.คอนโนะ เขียนต่อเหอะ! confused smile

#1 By DarkNeon on 2009-01-19 15:09

อ่านอย่างสนุกสนานผสมยิ้มมุมปากกับฮาก๊ากเป็นระยะๆจน... เลือกผิดไปโดน Bad End orz

สนุกและสร้างสรรค์มากท่าน โคตรชอบบบบบบ
>[]<!!!

#2 By Est on 2009-01-19 19:42

สนุกมากเลยค่ะ

ไม่ว่าส่วนไหนจิ้มไปอ่านก็สนุก สร้างความเฮฮา

ซึนโกะทำเอายิ้มแก้มปริไปเลย

องค์หญิงนี่ก็ไม่รู้ตัวทำเอาคนอ่านจะโฮกฮากตาย

อย่างยาวววว
พลังของโอตาคุสาวนี่มันสุดยอดจริงๆเลยcry

อ่านแล้วตื่นเต้นแทนน้องหัวสว่านตลอดเวลา

ตามมาอ่านตอน 2 โอ้ยฮาหลายยย

เลือกคำตอบที่ไรได้ Bad End ทุกที่เลย - -''

ว่าแต่โทโกะ โอตาคุ ขนาดนี้เลยเหรอ - -

confused smile

#5 By Saint Juste (115.67.146.145) on 2009-01-20 21:59

ฮากระจาย

บางฉากคนอ่านจะละลายแทนน้องซึน
น้องซึนนนนน ><

#6 By サトル [[ I'm satoru. ]] on 2009-03-30 17:16