Review-Anime

Gokigenyou, วันนี้เซ็งตัวเองเหลือเกิน ทำอะไรก็ไม่ดีซักอย่างเลย ตั้งแต่ตอน Pre-Lab Instru เรื่อง Conductometry ต่อมาก็ Inorganic Lab สุดท้ายกับการสอบพิเศษของวิชาควอนตัม ถือว่าวันนี้ดวงซวย มือไม่ขึ้นล่ะกัน เฮ้อ เราจะต่อให้คนอื่นเขามากเกินไปหรือป่าวนะ -__-" ขอให้วันแย่ๆอย่างวันนี้อย่าได้เกิดอีกเลย เบื่อที่จะต้องมานั่งแบกรับอารมณ์อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาได้ทันทีก็คือได้กลับบ้านและนอนพักสักเล็กน้อย จากนั้นก็เปิดเซนต์เซย์ย่าดู ^w^ จะทุกข์จะเศร้าเพียงใด อย่างน้อยฉันก็ยังมีสิ่งที่เหมือนน้ำทิพย์ชโลมหัวใจที่เหนื่อยอ่อน หัวใจที่ท้อแท้และสิ้นหวัง เซนต์เซย์ย่าเป็นการ์ตูนอีกเรื่องหนึ่งที่สอนเราว่า "อย่ายอมแพ้แม้วินาทีสุดท้าย" แค่เนี่ย เราก็พร้อมลุกขึ้นสู้อีกครั้ง โอ๊ส!!! >o<

เนื่องจากเวลามีไม่มากก็เลยได้แค่เอาฉากเปิดของภาคฮาเดส ตอน แซงชัวรี่ มาให้ดูเท่านั้น ส่วนฉากจบเราเห็นว่ามีแต่ตัวหนังสือเลยไม่เอามา

สำหรับการ์ตูนเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เก่าแก่อีกเรื่องหนึ่งทีเดียว กำเนิดก็ประมาณยุคปี 80 (ก็อนิเมออกปี 1986 นิ มังงะก็คงประมาณ 80-81) เป็นเรื่องที่ทำให้โชเน็นจัมป์ขายดีเป็นถล่มทลายในหลักล้าน! เป็นเรื่องที่สร้างชื่อเสียงให้แก่อ.คุรุมาดะ มาซามิ (Kurumada Masami)อย่างที่สุด เป็นการ์ตูนที่ดังถล่มทลายและดังมากๆแทบจะทั้งโลกแล้ว ทั้งเอเซีย ยุโรป อเมริกา ของเล่นจากการ์ตูนเรื่องนี้ก็สร้างรายได้แก่บันไดมายาวนานจนถึงปัจจุบันและอนาคตต่อไป (ชัวร์) หลายๆคนชอบการ์ตูนเรื่องนี้ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป บางคนหันมาสนใจเรื่องนี้ก็เพราะของเล่น หรือไม่ก็เล่นแต่ของเล่นอย่างเดียวก็มี บางคนก็สนใจเนื้อหา ตัวละคร ภาพ ฯลฯ แต่จะด้วยอะไรก็ตามแต่ Saint Seiya คือ 1 ใน 3 การ์ตูนและอนิเมที่จะอยู่ในใจของเราตลอดเวลาและตลอดไป ทำไมเราถึงกล้าพูดเช่นนี้ออกมา อืม เหตุผลก็ออกจะยืดยาวขี้เกียจสาธยายออกมา

"ก็มันรัก รัก รัก รัก รัก รัก รัก เข้าไปแล้วนิ จะให้ฉันทำไงล่ะ..."

เอ๊ะ ไอ้ข้างบนนี้ก็สั้นไปหน่อยนะ แต่จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ สรุปว่า "Eien no Daisuki" ^^ (แกรมม่าถูกป่าวเนี่ย)

จากการที่เป็นการ์ตูนอมตะเช่นนี้ เราจึงไม่ขอย้อนความว่าภาคก่อนๆเป็นยังไง จะไม่ขอพูดว่าตัวละครเหล่านี้ชื่ออะไรบ้าง เป็นเซนต์ประจำกลุ่มดาวอะไร เนื้อเรื่องคร่าวๆของเรื่องนี้เป็นยังไง ฯลฯ ของพวกนี้ ขอเชิญไปหาข้อมูลได้จาก www.thaisaintseiya.com นะ (แม้ว่าบอร์ดในช่วงนี้จะมีแต่อะไรก็ไม่รู้) ไม่ให้เสียเวลา มาเริ่มเลยดีก่า

บอกไว้ล่วงหน้า เพราะเราขี้เกียจวิ่งไปเอาแผ่นวีซีดี จึงขอเอาภาพจากแฟนซับในเครื่องล่ะกัน

OP : Chikyuuji by MatsusawaYumi (เธอเคยร้องเพลง"You get to Burning" OP song ของ Nadesico)

ตัวอักษรภาษากรีก บรรทัดกลาง คำที่ 3 ที่เขียนคล้ายตัว A นั่นคือคำว่า "Athena"

ซึ่งอักษรที่ใช้มีดังนี้ big alpha,small theta,small eta,small nu and small alpha

(ไม่แน่ใจนะว่าตัวข้างล่างอ่านว่า "ไอโอรอส" รึป่าว ขอไปหาข้อมูลก่อน)

และถัดมาเป็นภาพโกล์ดเซนต์ทั้ง 12 คน เรียงไป (เหมือนภาพหัวบลอคของเรา ^o^)

กลุ่ม "ล่ำ ดำ ถึก"

หน้าตาดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะ "มู" สวยจริงๆ

คนกลางนี่หน้าตาดีที่สุดเลย ท่านชากะที่รัก XD

หนุ่มรูปงามอีก 2 ท่าน ที่อยู่ในฮาเร็มของเรา

เกลียดนังกระเทยนี่จริง แต่ถ้าตัดความรู้สึกส่วนตัวออก มันก็สวยดี - -

Meiou Hades คำว่าเมโอก็หมายถึงดาวPluto พลูโตซึ่งเป็นชื่อโรมันของเทพฮาเดส เมโอก็หมายถึงเจ้านรกได้เช่นกัน

เซย์ย่า

เฮียวงะคุง

ชิริว

อิคคิ

เจ้าขี้แย ชุน ร้องไห้ตลอดศก มีภาคไหนที่แกไม่ร้องไห้บ้างเหอะ จี้รูปดาวห้าแฉกนั่น จำกันไว้ดีๆล่ะ สำคัญๆ

ท่านชากะ XD

Athena Exclamation !!!

ท่านอธีน่าหรือ ซาโอริซังของเซย์ย่า(ภาษาญี่ปุ่นเขียนและอ่านเป็น "อาเทน่า" บรรดาแฟนๆเซนต์เซย์ย่าจะคุ้นกับคำว่าอาเทน่ามากกว่า จากนี้ต่อไปเราก็จะขอใช้คำว่าอาเทน่าล่ะกัน)

ประตูที่เปิดออกสู่สวนสาละของท่านชากะ สถานที่แห่งนี้มีความหมายและเป็นจุดสำคัญของ chapter นี้เลยทีเดียว (อย่างน้อยทุกคนคงสังเกตว่ามีกลีบดอกสาละเต็มไปหมดทั้ง OP)

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเรื่องนี้เหมือนกัน แอด msn มาคุยกันได้นะ pa_athena@hotmail.com ^^ ยินดีต้อนรับค่ะ

ไว้ต่อวันหลัง Gokigenyou,minasama ^w^

Review Anime Project "Maria sama ga miteru" episode 1

posted on 16 Jan 2005 23:09 by saintseiya  in Review-Anime

Gokigenyou, วันนี้ออกจะวุ่นๆเล็กน้อย อยากจะพูดเรื่องสัพเพเหระก่อนแต่ ณ ขณะนี้ (ไฟลนก้นแล้ว) ยังไม่เสร็จแล็บเล้ย!!!!!แต่...ไม่ได้!!! ฉันต้องมารีวิวมารีมิเตะให้ได้ใน "วันนี้" เน้นด้วยว่าวันนี้ เพราะงั้นอย่ารอช้าเลย ลุยเลยดีกว่า ^o^

ตอนนี้มีชื่อว่า "The troubleing Soeur Declaration"

เนื้อหาในสรุปของตอนนี้ก็มีว่า ฟุคุซาว่า ยูมิ นักเรียนชั้นปี 1 กลุ่มโมโมะ (ลูกพีช) อยู่ดีๆก็ถูกโอกาซาวาระ ซาจิโกะ นักเรียนชั้นปี 2 (กลุ่มต้นสน ในตอนไม่ได้บอกหรอก แต่แอบบอกเฉยๆ) มาโมเม(กึ่งบังคับยังไงชอบกล)ให้ยูมิมาเป็น Soeur ของตน สาเหตุก็เพราะซาจิโกะซึ่งเป็นสมาชิกของยามะยูริไค (คล้ายๆคณะกรรมการนักเรียนของโรงเรียน) ต้องไปเล่นละครในงานโรงเรียนในบทซินเดอเรลล่ากับประธานนักเรียนของโรงเรียนฮานาเดระ โรงเรียนชายล้วนที่ตั้งอยู่บนหุบเขาเดียวกันกับโรงเรียนลิลเลียน ซาจิโกะที่แสนจะเกลียดผู้ชายก็เลยไม่อยากแสดง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะตามกฏของยามะยูริไค คนที่ไม่มี Soeur อย่างเธอไม่มีสิทธิ์ออกเสียง เธอจึงไปคว้าเด็กปี 1 ที่เห็นเป็นคนแรกอย่างยูมิมาเป็นน้องเธอ เพื่อจะได้ไม่ต้องเล่นบทซินเดอเรลล่า จริงๆแล้วยูมิไปอยู่แถวนั้นได้ไง ต้องท้าวความถึงเช้าวันเกิดเหตุ ซาจิโกะซามะ รุ่นพี่สุดที่รักของยูมิได้มาแก้ผ้าพันคอให้เธอที่หน้ารูปปั้นพระแม่มาเรียแล้วถูกทาเคชิมะ ซึตาโกะ ชมรมถ่ายภาพได้ถ่ายรูปตอนนั้นไว้ได้และจะให้ยูมิไปขอซาจิโกะลงภาพนี้ในงานโรงเรียน ทั้งคู่เลยต้องมาหาซาจิโกะที่เรือนกุหลาบหรือ Bara no Yakata (Rose Mansion) Rosa Chinensis ต้องการให้ซาจิโกะให้โรซารี่(Rosary)(ในภาษาญีปุ่นใช้ โรซาริโอ การให้โรซารี่นี้จะเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็น Soeur กันของรุ่นพี่-น้อง คู่นั้นๆ จะว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของนักเรียนที่นี่ก็ได้) แต่พอเอาเข้าจริงๆ ยูมิกลับปฏิเสธ.....ทีนี้ทำไงล่ะ ยูมิไม่อาจรับโรซารี่จากรุ่นพี่ที่เธอรักใคร่ชื่นชมด้วยความรู้สึกแบบนี้ได้ Rosa Gigantea จึงให้เล่นเกมเดิมพันกันว่า ซาจิโกะจะทำให้ยูมิเป็นน้องได้หรือไม่ ถ้าทำได้เธอก็ไม่ต้องแสดงละครและยูมิต้องมาแสดงแทน ที่สำคัญ ยูมิห้ามรับโรซารี่จากซาจิโกะเพียงเพราะต้องการช่วยเธอด้วย อืม เหตุการณ์จะเป็นยังไงต่อไปก็ต้องติดตามตอนต่อไป

Tsuzuku (To be continued)

ต่อมาเป็นภาพประกอบล่ะ

เปิดเรื่องมาจะกล่าวถึง ซาจิโกะประกาศรับยูมิเป็น Soeur ต่อหน้าทุกคน

แล้วย้อนมาพูดถึงเหตุการณ์เมื่อเข้า คุณพี่ซาจิโกะได้แก้ผ้าพันคอให้ยูมิจัง

ยูมิอึ้งสิ รุ่นพี่ที่ตัวเองชื่นชมมาอยู่ต่อหน้าแบบนี้

ซึตาโกะซังเอารูปที่แอบถ่ายเมื่อเช้ามาโชว์ต่อหน้ายูมิ

ซูมใกล้ๆหน่อย

ชิมาโกะเป็นคนพายูมิกับซึตาโกะมาหาซาจิโกะซึ่งกำลังประชุมอยู่กับเหล่ากุหลาบ (Bara sama)

เพราะต้องถูกจับเล่นละครกับผู้ชาย สิ่งมีชีวิตที่ซาจิโกะสุดจะเกลียดเยี่ยงนี้ เธอมีรึจะยอมง่ายๆ..

ซาจิโกะโมโหใหญ่เลย เลยประกาศว่าจะไปหาน้องเด๊วนี้แหละแล้วก็ตรงรี่ไปที่ประตู

เลยชนยูมิที่หน้าประตูห้องซะเลย ล้มลงไปด้วยกันทั้งคู่

ว้าย~ รุ่นพี่ทะลึ่ง >o<เจอกันครั้งเดียวจับกดกับพื้นแล้วเหรอ XD เหอ เหอ ล้อเล่นค่า ล้อเล่น เหมือนรักแรกพบต่างหากล่ะ (เอ๊ะ อีนี่เล่นไม่เลิก ^^)

จับกดเสร็จก็กอดปลอบขวัญต่อ ไม่ช่ายๆ ซาจิโกะถามว่ามี Oneesama แล้วรึยังต่างหากล่ะ ^^

Rosa Gigantea หรือท่านพี่เซย์ที่รักของฉัน กำลังชมยูมิจังอยู่

Rosa Chinensis Oneesama ของซาจิโกะไม่เชื่อหรอกว่ายูมิเป็นน้องของซาจิโกะจริง ก็ซาจิโกะเล่นเดินออกจากห้องประชุมซะอย่างงั้นแล้วก็กลับเข้ามาภายในไม่กี่นาทีแล้วเอา Soeur ซึ่งเป็นเด็กปี 1 จากไหนไม่รู้มาประกาศต่อหน้าแบบนี้

ชิมาโกะช่วยบอกกับทุกคนว่า ยูมิมาหาซาจิโกะ แสดงว่าต้องรู้จักกันมาก่อน ซึตาโกะเลยเอารูปเป็นหลักฐานให้พวกบาระซามะดูซะเลย พวกเขาก็เริ่มเชื่อขึ้นมาหน่อยๆแล้ว ตัวซาจิโกะเองดูรูปยังงงๆเลยว่า เธอไปทำอะไรเหมือนในรูปตั้งแต่เมื่อไร ยูมิก็เศร้าสิที่คุณพี่จำไม่ได้ T T

Rosa Chinensis จะให้ซาจิโกะมอบโรซารี่แก่ยูมิซะตรงนี้เลย แต่ชิมาโกะมาช่วยยูมิอีกครั้งแล้ว ชิมาโกะบอกว่าทุกคนลืมอะไรบางอย่างไปหรือป่าว ความรู้สึกของยูมิซังล่ะ เธอรู้สึกยังไง เธออยากจะรับโรซารี่ของพี่ซาจิโกะจริงรึป่าว

"ฉันรับโรซารี่จากซาจิโกะซามะไม่ได้ค่ะ"

"อย่างน้อยฉันก็มีสิทธิ์ที่จะรู้ว่า ทำไมเป็นฉันไม่ได้" คุณพี่ซาจิโกะถูกปฏิเสธถึง 2 ครั้งซ้อน คราวแรกก็ชิมาโกะทีล่ะ คราวนี้ก็ยูมิ

Rosa Gigantea เสนอให้เล่นเดิมพันกัน

คุณพี่ซาจิโกะประกาศต่อหน้ายูมิที่หน้ารูปปั้นพระแม่มาเรียว่าจะต้องเอายูมิมาเป็น Soeur ของตนให้จงได้..สู้เค้าค่ะคุณพี่ ^w^

แล้วก็จบสำหรับตอนที่ 1 ความจริงอยากจะลงภาพในมังงะประกอบด้วยแต่ไว้เป็นพรุ่งนี้ล่ะกัน ขอให้ดูการ์ตูนอย่างมีความสุขทุกคนค่ะ Gokigenyou ^^

ปล.สำหรับรายชื่อนักพากษ์ พรุ่งนี้เช่นกัน

แก้ไขเมื่อ 17/1/2548 22:29:49


edit @ 2005/08/11 00:26:49

Review Anime Project "Mariasama ga miteru"~Proloque~

posted on 15 Jan 2005 22:17 by saintseiya  in Review-Anime

Gokigenyou, วันนี้เราได้ไปลงแฟนฟิคชั่นของเราที่ www.dek-d.com ใช้นามปากกาว่า Seirei ชื่อเรื่องคือ "Destiny Child ภาค Come back to Camelos" มีภาคด้วย แน่นอนว่าเรื่องนี้มีหลายภาค ภาคละประมาณ 13 ตอน (กะจะให้เหมือนจำนวนตอนของอนิเมไงล่ะ) และ Destiny Child นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ The Gold Nova Chronicle อย่างที่เคยบอกไว้ในบลอค (วันไหนไม่รู้) ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องต่อจากเรื่องแรกที่เราคิดไว้แต่มาพิมพ์ก่อน แล้วว่างๆจะกลับไปเขียนเรื่องแรกให้เสร็จ (อีกนานล่ะหนอ) สนุกหรือไม่ยังไงก็คอมเมนต์มาล่ะกัน เป็นแฟนฟิคชั่นที่เขียนจากความรู้สึกทั้งนั้นซึ่งมันอาจจะไม่สนุกสำหรับหลายๆคนแต่สำหรับเราแล้ว เป็นเรื่องที่ใช้ได้เลยล่ะ เอ๊ะ อย่างงี้เรียกว่าเข้าข้างตัวเองนิจะว่างั้นก็ได้ 5555อย่างน้อยๆก็ดีใจที่ได้ลงให้ชาวบ้านได้อ่านซะที จะได้มีแรงผลักดันให้เขียนภาคนี้จบซะทีเพราะเนื้อเรื่องของภาคใหม่ผุดเข้ามาในสมองเสียแทบอยากจะเขียนให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่...เอาน่า ใกล้จะเสร็จแล้ว สู้ๆ เราจะพยายามลงให้ได้อาทิตย์ละตอน (เหมือนอนิเมที่ฉายที่ญี่ปุ่นเลย) และก็จะมีการคัดตัวนักพากษ์ที่จะมาให้เสียงตัวละครในแฟนฟิคชั่นของเราด้วย ไว้จะมาบอกวันหลัง ที่ทำไปไม่มีไรมากหรอกแค่อยากจะเพิ่มความสนุกในการจินตนาการเท่านั้นเอง ถ้าจินตนาการถึงเสียงได้ก็อาจจะเพิ่มความสมจริงของตัวละครได้มากขึ้น(มั้ง) ยังไงก็แวะเวียนไปชมบ้างนะ ^^ กดลิงค์ด้านซ้ายมือไปดูได้เลยจ้า

มาเข้าเรื่องของวันนี้ดีกว่า เนื่องจากเมื่อวานนี้มีคนแวะมาอ่านบลอคเรื่องเนกิมะและก็แอบบ่นเรื่องคำว่า "Gokigenyou" ก็เลยอยากจะมารีวิวอนิเมเรื่องนี้ "Mariasama ga miteru" จริงๆคำว่า "Gokigenyou" นี้ไม่ใช่คำใหม่อะไรแต่หลังๆคำๆนี้บูมขึ้นมาก็เพราะอนิเมเรื่องดังกล่าว ไม่สิ อาจจะบูมตั้งแต่นิยายเรื่องนี้ดังขึ้นมาที่ญี่ปุ่นก็ได้ ขอเรียก "Mariasama ga miteru" สั้นๆว่า มารีมิเตะล่ะกัน

"Gokigenyou" เป็นคำทักทายที่สามารถใช้เมื่อเจอกันหรือจากกันก็ได้ ระดับความสุภาพก็คาดว่าน่าจะสุภาพมากๆ คนปกติทั่วไปเขาไม่ค่อยพูดกันในชีวิตประจำวันนัก สำหรับมารีมิเตะนั้นคำนี้เป็นคำที่ใช้กันเป็นปกติในเรื่องเลย ก่อนหน้ามารีมิเตะจะกำเนิดมา เราเคยได้ยินคำว่า "Gokigenyou" นี้จากอนิเมเรื่องอื่นด้วย เช่น โฮโอจิ ฟู จากเรื่อง Magic Knight Rayearth (ครั้งเดียวเองมั้ง ฟูใช้แทนคำบอกลา) ไคโอ มิจิรุ หรือเซเลอร์เนปจูน จากเรื่อง Sailor Moon Series มิจิรุใช้แทนคำบอกลาค่อนข้างจะบ่อยทีเดียว ส่วนอนิเมหลังมารีมิเตะที่เคยได้ยินก็เห็นจะมี ฮิเมมิยะ จิคาเนะ จากเรื่อง Kannazuki no Miko ใช้เป็นทั้งคำทักทายและคำบอกลา (แต่จะใช้บอกลามากกว่า) เราเลยให้ข้อสังเกตว่า จะมีแต่ผู้หญิงที่ใช้กัน และ ดูเหมือนจะเป็นคำไฮโซยังไงชอบกล ไม่รู้นะ เป็นความคิดเห็นส่วนตัว

มาว่าถึงมารีมิเตะบ้าง เรื่องนี้เริ่มต้นเป็นนิยาย (Novel) ของ Konno Oyuki ซึ่งมี Hibiki Reine เป็นคนวาดภาพประกอบ ตีพิมพ์ในนิตยสาร Cobalt และได้รับความนิยมอย่างสูง ฉบับรวมเล่มแรกออกเมื่อปี 1998 ปัจจุบันออกมาแล้ว 19 เล่ม (ยังไม่จบ)ต่อมาก็ได้ทำเป็นอนิเมโดยออกฉายช่วงต้นเดือนมกราคม 2004 ภาคแรกมี 13 ตอน และทำภาคต่อมาอีก ชื่อว่า "Mariasama ga miteru ~Haru~" (Haru แปลว่าฤดูใบไม้ผลิ หรือ Spring) ฉายวันที่ 7 กรกฏาคม 2004 (ที่จำได้เพราะมันวันเดียวกับวันรับไปรับน้องของเรา) และพึ่งฉายจบไปประมาณเดือนตุลาคมที่ผ่านมา 13 ตอนจบเช่นกัน (ที่จำได้อีกเพราะเราดูเรื่องนี้จบก็ดู Kannazuki no Miko ต่อเลย) และก็มีทำเป็นเวอร์ชั่นมังงะโดย Nakazawa Satoru ตีพิมพ์ในนิตยสาร Margaret ซึ่งเป็นนิตยสารการ์ตูนผู้หญิงรายปักษ์ และทำเป็นฉบับรวมเล่ม ปัจจุบันออกมา 2 เล่มแล้ว เมื่อมารีมิเตะดังขึ้นมาทั้งสินค้ามากมายและโดจินชิอีกบานตะไทก็ทะลักออกมาอย่างไม่ขาดสาย ไว้จะเอาภาพมาให้ดูเรื่อยๆล่ะกัน ^^

มังงะเล่ม 1

ดีวีดีแผ่น 1 และ Drama CD แผ่น 1

Novel เล่ม 1

IIlutration Book เล่มแรกที่ออกมา เป็นการรีวิวมาริมิเตะภาคแรก

ก่อนจะเข้าตอนที่ 1 จะขอกล่าวถึงเรื่องนี้โดยคร่าวๆก่อน เพื่อความเข้าใจในการดูอนิเมเรื่องนี้

มีโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนหุบเขาในเมืองนี้ ชื่อว่าโรงเรียนสตรีลิเลียน (Lilian Jougakuen)ซึ่งมีดอกลิลลี่เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำโรงเรียนและมีต้นแป๊ะก๊วยปลูกอยู่ทั่วโรงเรียนเลยโรงเรียนนี้พิเศษกว่าโรงเรียนอื่นๆก็ตรงที่มีระบบหนึ่งที่เรียกว่า Soeur system(soeur เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า sister) เป็นระบบที่รุ่นพี่จะคอยดูแลรุ่นน้องให้ใช้ชีวิตในโรงเรียนนี้อย่างถูกต้องและสง่างาม(คล้ายๆระบบพี่รหัสน้องรหัสในมหาวิทยาลัย)รุ่นพี่จะถูกเรียกว่า"Oneesama" (คำนี้ก็ฮิตขึ้นมาเหมือนกัน)นอกจากนี้สภานักเรียนของที่นี่จะเรียกว่า"ยามะยูริไค"(Yamayurikai) มีเหล่ากุหลาบเป็นผู้รับผิดชอบ โดยจะมีชื่อเรียกพิเศษเป็นชื่อพันธุ์กุหลาบได้แก่Rosa Chinensis(เป็นชื่อกุหลาบแดงพันธุ์หนึ่ง อ่านว่า โรซา ไคเนนซิสหรือจะอ่านว่าคิเนนซิสก็แล้วแต่ บางคนบอกว่าเป็นกุหลาบจีนในภาษาญี่ปุ่นถ้าไม่เขียนทับศัพท์ก็จะเขียนว่า Benibara sama) Rosa Foetida (เป็นชื่อกุหลาบเหลืองพันธุ์หนึ่ง อ่านว่าโรซา เฟติด้าบ้างก็ว่าเป็นกุหลาบเปอร์เซีย เช่นกันในภาษาญี่ปุ่นถ้าไม่ทับศัพท์ก็เขียนว่า Kiroibara sama) และ Rosa Gigantea (เป็นชื่อกุหลาบขาวพันธุ์หนึ่งดอกใหญ่มาก เลยได้ชื่อว่า โรซา กิกานเทีย เช่นกันบางครั้งก็เขียนวา Shiroibara sama) กุหลาบทั้งสามก็มีน้องของตนเองเหมือนกัน น้องของพวกเขาจะมีชื่อเรียกพิเศษเหมือนกันโดยจะต่อคำว่า en bouton หรือในภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า tsubomi (boutonเป็นภาษาฝรั่งเศสกับ tsubomi แปลว่า หน่อ (bud) ) อย่างเช่น น้องของ Rosa Chinensis ก็จะถูกเรียกว่า Rosa Chinensis en bouton สำหรับน้องของเหล่า bouton จะมีชื่อต่อท้ายด้วยเหมือนกันว่า petite soeur (petite soeur = young sister) เช่น น้องของ Rosa Chinensis en bouton ก็จะเรียกว่า Rosa Chinensis en bouton petite soeur

คิดว่าไม่งงกันแล้วกับการเรียกชื่อ มาดูฉาก OP theme กันเลย พร้อมกับแนะนำตัวละครไปด้วย

OP- Pastel pure (เป็นดนตรีล้วนๆ คล้ายๆดนตรีคลาสสิค)

Hasekura Rei (คล้ายฮารุกะแต่ฮารุกะหล่อกว่า ^^)

Shimazu Yoshino (ภาพนี้ดูดีมาก) & Torii Eriko(คนที่บทน้อยที่สุดในเรื่อง ^^")

Todou Shimako (Noto Mamiko san เป็นผู้ให้เสียงจ้า ^o^)

Satou Sei (ท่านพี่เซย์ของเราเอง ^^)

Mizuno Youko (พี่สาวในอุดมคติของเรา) & Ogasawara Sachiko (คุณพี่ของเรา ><)

Fukuzawa Yumi (ตัวเอกของเรื่อง)

ต่อมาเป็น ED theme - Sonata Blue เป็นเพลงบรรเลงเช่นกัน

สำหรับ OP & ED song นี้ไว้มีพื้นที่ให้อัพแล้วจะลงให้โหลดกัน (ใครก็ได้แนะนำพื้นที่ฟรีให้หน่อยจิ) ตอนนี้คงเปิดให้ขอทาง msn ไปก่อนที่ pa_athena@hotmail.com แล้วจะมาต่อตอนที่ 1 พรุ่งนี้นะ Gokigenyou ^^

Special Thanks :

lililicious กลุ่มทำแฟนซับของมารีมิเตะให้พวกเราได้ชมกัน และยังเป็น Translator แปลมารีมิเตะฉบับมังงะอีกด้วย

a.scarywater.net เวปแรกที่เราเข้าไปดูดอนิเมเรื่องนี้

animesuki.com ฟอรั่มมารีมิเตะที่นี่น่ารักมากๆ โดยเฉพาะเคเจซัง เก่งจริงๆ เรารู้อะไรมากมายจากบอร์ดที่นี่แม้ไม่ได้เป็นสมาชิกก็ตามเราก็ยังเข้าไปอ่านอยู่บ่อยๆ

Konno Oyuki,Hibiki Reine and Nakazawa Satoru โดยเฉพาะ อ.คนโนะ ผู้ให้กำเนิดมารีมิเตะ ขอบคุณมากๆค่ะที่ทำให้มีการ์ตูนดีๆอีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้น ^w^

แก้ไขเมื่อ 17/1/2548 21:58:19


edit @ 2005/08/10 23:47:20